บอร์ด รฟท.รับทราบความคืบหน้ารถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) เคลียร์ปมเจรจาแก้สัญญาร่วมทุน เอกชนวางหลักประกันงานโยธา 1.6 แสนล้าน เล็งชง ครม.ใหม่เคาะ คาดออก NTP ส.ค.นี้ ปักธงเปิดให้บริการปี 2575

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) ว่า ที่ประชุมได้รายงานเพื่อทราบความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนของภาครัฐ ขั้นตอนหลังจากนั้นจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณาต่อไป

สำหรับการเจรจาสัญญาอยู่ที่การตกลงเรื่องหลักประกันงานโยธาและการปรับรูปแบบการจ่ายเงินร่วมลงทุนของภาครัฐ เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้ภายใต้ข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของภาคเอกชนหลังวิกฤตโควิด-19 พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน และยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

...

นายอนันต์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขสัญญา รฟท. บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ที่ได้มีการหารือร่วมกัน จากเดิมที่ได้รับความเห็นจากอัยการสูงสุด ในเรื่องของการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ปัจจุบันเตรียมเสนอไปยัง ครม. ในการแก้ไขหลักการ ขณะนี้ได้เสนอ สกพอ. แล้ว เพื่อจะเสนอไปยัง ครม. เพื่อที่จะต้องมีการพิจารณาเกี่ยวกับงบประมาณที่ต้องจัดหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การเงินการคลัง ซึ่งต้องรอ ครม.ชุดใหม่ในการพิจารณาอนุมัติหลักการของโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน

สำหรับกรณีการร่างสัญญา และความเห็นจากอัยการสูงสุด หลังจากที่ได้มีการหารือกันทั้งสามฝ่ายสรุปว่าเอกชนเห็นด้วยกับการวางหลักประกันในส่วนของงานโยธาที่เอกชนต้องวางเงิน วงเงิน 160,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโยธา 120,000 ล้านบาท และงานระบบ 40,000 ล้านบาท โดยเอกชนเสนอให้คืนหลักประกันทั้งจำนวนเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดเดินรถได้ภายในเวลา 5 ปีหลังเริ่มงาน ขณะที่อัยการสูงสุดมีความเห็นเบื้องต้นว่าควรเก็บหลักประกันไว้เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงอื่นของโครงการ อย่างไรก็ตาม รฟท. และเอกชนยืนยันตามหลักการเดิมว่า หลักประกันก้อนนี้มีไว้เฉพาะงานโยธา ส่วนความเสี่ยงอื่นมีหลักประกันสัญญาหลักวงเงิน 4,500 ล้านบาทรองรับอยู่แล้ว

นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับกรอบเวลาเริ่มโครงการ หาก ครม. พิจารณาอนุมัติในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2569 คาดว่าจะลงนามสัญญาภายในเดือนกรกฎาคม และออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ได้ในเดือนสิงหาคม 2569 โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี และใช้เวลาทดสอบระบบรวมประมาณ 6 เดือน คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2575

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน โดยเฉพาะช่วงโครงสร้างร่วม ในพื้นที่ก่อสร้างที่จำกัด เช่น ช่วง Missing Link ซึ่งจำเป็นต้องประสานแผนเข้าพื้นที่ก่อสร้างในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการรื้อทำซ้ำและลดความซับซ้อนด้านวิศวกรรม หากการแก้ไขสัญญาไม่แล้วเสร็จตามกรอบเวลา รฟท. จำเป็นต้องรายงาน ครม. เพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนขอบเขตงาน โดยอาจดึงงานโครงสร้างร่วมกลับมาดำเนินการเอง เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมโครงการรถไฟไทย–จีน โดยเฉพาะช่วงอยุธยา สัญญา 4-5 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแบบเตรียมเปิดประกวดราคา และมีไทม์ไลน์สอดคล้องกับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเดือนกรกฎาคมนี้

สำหรับมาตรการป้องกันความเสี่ยงและสร้างความโปร่งใส ก่อนออก NTP รฟท. จะส่งร่างสัญญาที่ลงนามแล้วให้หน่วยงานตรวจสอบภายนอก เช่น สตง. และ ป.ป.ช. พิจารณาและเปิดเผยข้อมูล หากมีข้อเสนอแนะสามารถปรับปรุงได้ในช่วงก่อนเริ่มงานจริง โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เป็นโครงสร้างในการพัฒนาพื้นที่ใน EEC เชื่อมโยงกับโครงการเมืองการบินอู่ตะเภาในการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม