รองอธิบดีกรมการค้าภายในลงพื้นที่ชุมชนเล่งบ๊วยเอี๊ยะ เยาวราช ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาและความเที่ยงตรงเครื่องชั่งร้านทองช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมเปิดเผยสถานการณ์ราคาสินค้าพบว่าส่วนใหญ่ปรับลดลงจากปีก่อน ปริมาณสินค้ามีเพียงพอ ย้ำผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการรักษาความเป็นธรรมทางการค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ณ ชุมชนเล่งบ๊วยเอี๊ยะ (ตรงข้ามตลาดเก่าเยาวราช) เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ โดยเน้นกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเปิดเผย พร้อมตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องชั่งร้านทองให้ผ่านการรับรองจากกรมการค้าภายใน เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ

นางสาวญาณีฯ กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนปี 2569 ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งประชาชนเชื้อสายจีนนิยมจับจ่ายซื้อวัตถุดิบประกอบพิธีไหว้บรรพบุรุษ กรมการค้าภายในจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคในย่านการค้าสำคัญ เช่น ตลาดบริเวณเยาวราช ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดเวิลด์มาร์เก็ต ตลาดบางขุนศรี ตลาดมีนบุรี ตลาดยอดพิมาน เป็นต้น เพื่อติดตามสถานการณ์ราคา ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคา เครื่องชั่ง การกักตุนสินค้า และการค้ากำไรเกินควรอย่างใกล้ชิด

...

จากติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 พบว่า ภาพรวมวัตถุดิบที่ใช้ในเทศกาลส่วนใหญ่มีราคาเฉลี่ยปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะอาหารสดหลายรายการ เช่น 

  • หมูเนื้อแดงอยู่ที่ 120–180 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 115–220 บาทต่อกิโลกรัม 
  • ไข่ไก่เบอร์ 3 อยู่ที่ 37–45 บาท/10 ฟอง จากปีก่อน 40–54 บาท/10 ฟอง 
  • เป็ดสดทั้งตัว (รวมเครื่องใน) มีบางช่วงราคาปรับสูงขึ้น อยู่ที่ 110–370 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 110–290 บาทต่อกิโลกรัม 

ในส่วนของอาหารแห้ง พบว่าราคาเฉลี่ยหลายรายการปรับลดลง 4–33% อาทิ 

  • หมี่ซั่วอยู่ที่ 28–35 บาทต่อถุง จากปีก่อน 30–40 บาทต่อถุง 
  • เห็ดหอมจีนขนาดใหญ่ 320–600 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 400–700 บาทต่อกิโลกรัม

ด้านผักสดและผลไม้ ราคาปรับขึ้นลงตามฤดูกาลและคุณภาพสินค้า โดยหลายรายการเฉลี่ยลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่น 

  • ผักคะน้า 15–40 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–60 บาทต่อกิโลกรัม 
  • ผักกวางตุ้ง 15–35 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–50 บาทต่อกิโลกรัม 
  • กะหล่ำปลี 13–50 บาทต่อกิโลกรัม จากปีก่อน 10–60 บาทต่อกิโลกรัม 
  • กล้วยหอมขนาดใหญ่ 120–150 บาทต่อหวี จากปีก่อน 100–200 บาทต่อหวี 

    ขณะที่บางรายการ เช่น ผักกาดขาวปลี และส้มสายน้ำผึ้งบางขนาด มีการปรับเพิ่มขึ้นตามคุณภาพและขนาดสินค้า สำหรับอาหารสำเร็จรูปและเครื่องไหว้ พบว่าบางรายการปรับลดลง เช่น 

  • ไก่ต้มทั้งตัวอยู่ที่ 200–650 บาทต่อตัว จากปีก่อน 350–650 บาทต่อตัว 
  • ขนมเข่งอยู่ที่ 12–38 บาทต่อคู่ จากปีก่อน 20–38 บาทต่อคู่ 
  • และชุดไหว้เจ้าที่ขนาดใหญ่อยู่ที่ 170–190 บาทต่อชุด ลดลงจากปีก่อน 199 บาทต่อชุด แม้ว่ากระดาษเงิน–ทองบางประเภทจะปรับสูงขึ้นตามต้นทุน

...

นางสาวญาณีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของทองคำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีในวัฒนธรรมจีน และได้รับความนิยมซื้อขายในช่วงตรุษจีน กรมการค้าภายในได้กำชับร้านทองให้ใช้เครื่องชั่งที่ได้มาตรฐานและแสดงราคาซื้อ–ขายอย่างชัดเจน ผลการตรวจสอบในพื้นที่เยาวราชพบว่าร้านทองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เครื่องชั่งมีสภาพสมบูรณ์และน้ำหนักได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดทั่วประเทศปูพรมตรวจสอบร้านทอง ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผลการเข้าตรวจสถานประกอบการ 1,231 แห่ง และตรวจเครื่องชั่งดิจิทัล 1,403 เครื่อง พบว่าส่วนใหญ่ถูกต้อง 1,365 เครื่อง และพบค่าความคลาดเคลื่อนเกินกฎหมายกำหนด 38 เครื่อง ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง สระบุรี อุดรธานี บุรีรัมย์ และตรัง ซึ่งทางกรมได้มีการดำเนินการตามกฎหมายโดยผูกบัตรห้ามใช้ทันที

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด 

  • โดยหากไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท หากฉวยโอกาสขึ้นราคา มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับสูงสุด 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
  • และหากใช้เครื่องชั่งที่คลาดเคลื่อนหรือดัดแปลง มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

...

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือสงสัยว่าเครื่องชั่งไม่เที่ยงตรง สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้ทันที

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม