บสย. เผยผลดำเนินงานปี 2568 อนุมัติค้ำประกันกว่า 4 หมื่นล้าน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อกว่า 5.2 หมื่นราย คิดเป็นรายย่อย 86% ชูไฮไลท์ขยายกลุ่ม “น็อนแบงก์” พร้อมค้ำประกันสินเชื่อดิจิทัลเป็นครั้งแรก ตอกย้ำความสำเร็จช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ดันยอด “ปลดหนี้” พุ่งทะยานจากมาตรการเชิงรุก เดินหน้าปี 69 ลุยมาตรการ “Quick Big Win” 5 หมื่นล้าน กระตุ้นแบงก์ปล่อยสินเชื่อ พร้อมสานต่อแผนยกระดับองค์กร เพิ่มศักยภาพช่วยเหลือ SMEs ทุกมิติ
ช่วย SMEs ได้สินเชื่อกว่า 5.2 หมื่นราย
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานปี 2568 บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 40,682 ล้านบาท ภายใต้ 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการตามมาตรการรัฐ ยอดอนุมัติ 20,682 ล้านบาท คิดเป็น 51% ของยอดค้ำประกัน และ โครงการที่ บสย. ดำเนินการเอง ยอดอนุมัติ 20,000 ล้านบาท คิดเป็น 49% ของยอดค้ำประกัน ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ 52,550 ราย เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) 86% ค้ำประกัน เฉลี่ย 2 แสนบาทต่อราย อีก 14% เป็น SMEs ทั่วไป ค้ำประกันเฉลี่ย 4.56 ล้านบาทต่อราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 52,006 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 496,517 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 168,015 ล้านบาท
ประเภทอุตสาหกรรมที่ค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ภาคบริการ 32.6% 2. อาหารและเครื่องดื่ม 10.6% และ 3. เกษตรกรรม 8.2% ซึ่งทั้ง 3 อุตสาหกรรมมีสัดส่วนค้ำประกันคิดเป็น 51% ของยอดค้ำประกันทั้งหมด โดยภาคบริการ เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 28.4% สะท้อนถึงภาคอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
...
ขยายค้ำประกัน “น็อนแบงก์” - ค้ำประกันสินเชื่อดิจิทัล
ในปี 2568 บสย. เดินหน้าพันธกิจ “ค้ำประกันสินเชื่อ” และ “แก้หนี้” ให้ลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” ในส่วนของการค้ำประกัน โดยช่วงปลายปี 2568 ได้ขยายการค้ำประกันสินเชื่อไปยัง Non-Bank (ที่ไม่ใช่บริษัทลูกของสถาบันการเงิน) ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” และ “ลีสซิ่ง” ซึ่งรวมถึงลีสซิ่งของค่ายรถยนต์ (Captive Finance) ทำให้ บสย. ขยายขอบเขตการช่วยเหลือ SMEs รายย่อยได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และตลอดปี 2569 บสย. ยังได้จัดเตรียมวงเงินค้ำประกันกว่า 3,000 ล้านบาท ผ่านมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องกลุ่ม SMEs รายย่อย เกษตรกร และธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะได้ง่ายขึ้น สิ้นสุดรับคำขอค้ำประกัน 30 ธันวาคม 2569
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา บสย. ยังได้ร่วมกับ “เงินดีดี” บริษัทลูกธนาคารออมสิน ผู้ให้บริการสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน Good Money ครั้งแรกในไทย กับบริการ Digital Lending บวกค้ำประกัน Digital Credit Guarantee เต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการเปิดประตูสู่ “ค้ำประกันสินเชื่อดิจิทัล” ช่วยให้ผู้กู้สามารถติดตามสถานะการขอสินเชื่อ สะดวก รวดเร็ว เพิ่มศักยภาพช่วย “กลุ่มเปราะบาง” Micro SMEs รายย่อย เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยปิดปี 2568 มียอดอนุมัติค้ำประกันรวม 68 ล้านบาท ช่วย Micro SMEs รายย่อย เข้าถึงสินเชื่อกว่า 3,500 ราย เฉลี่ยวงเงินสินเชื่อต่อรายกว่า 19,000 บาท สะท้อนถึงความสำเร็จในการช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” คนตัวเล็ก ผู้ประกอบการรายย่อย Micro SMEs กลุ่มอาชีพอิสระ ที่มีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น
สำเร็จช่วย SMEs ปลดหนี้-เติมความรู้ เพิ่มศักยภาพ
อีกผลงานที่โดดเด่นในปี 2568 บสย. ยังประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือ SMEs ลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ตั้งแต่ออกมาตรการในปี 2563 ถึงปัจจุบัน สามารถช่วยลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม ปรับโครงสร้างหนี้สะสม 24,324 ราย คิดเป็นมูลหนี้สะสม 16,183 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 34 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย. เฉพาะปี 2568 ปรับโครงสร้างหนี้ 5,835 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 4,311 ล้านบาท และสามารถช่วยลูกหนี้ “ปลดหนี้” 992 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 125 ล้านบาท โดยเกือบ 50% เป็นกลุ่มเปราะบาง เงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง เมื่อเทียบกับปี 2567 สามารถปลดหนี้ได้ 119 ราย จากปี 2568 ที่ได้ปรับเงื่อนไขต่างๆ ให้ยืดหยุ่นขึ้น และการจัดกิจกรรมเชิงรุกเข้าไปหาลูกหนี้ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ บสย. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพ SMEs เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) เพื่อเพิ่มโอกาส SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2568 ให้ความรู้ทางการเงินแก่ SMEs รวม 31,468 ราย แบ่งเป็นให้คำปรึกษา 8,812 ราย และการอบรม 22,656 ราย คิดเป็นความต้องการสินเชื่อรวม 20,604 ล้านบาท โดยสามารถช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อในระบบ (Success rate) ได้มากกว่า 20%
...
ผลักดัน Quick Big Win 5 หมื่นล้าน บูรณาการกับโครงการ SMEs Credit Boost
ทั้งนี้ ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 บสย. ยังได้เดินหน้ามาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” วงเงิน 50,000 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เพื่อเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยปลดล็อก SMEs ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ซึ่งจากการเปิดรับคำขอค้ำประกันเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่า เป็นมาตรการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อถึง 10,000 ล้านบาท (ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569) หลังผ่านไปเพียง 48 วัน สะท้อนถึงความสำเร็จของกลไกค้ำประกันของ บสย. ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ให้กับ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย Micro SMEs ที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือขาดคนค้ำประกัน ช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยตลอดปี 2569 ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือ SMEs ผ่านมาตรการนี้ต่อเนื่อง
“บสย. Quick Big Win เป็นมาตรการพิเศษในภาวะเศรษฐกิจผันผวน เพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ ด้วยการจ่ายเคลมในอัตราสูง (Max Claim) เมื่อเทียบกับโครงการค้ำประกันสินเชื่อโครงการอื่นๆ มุ่งดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสด้านเครดิต (Credit Enhancement) ให้กับทั้ง SMEs และสถาบันการเงิน เพื่อลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ทำให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อให้กับ SMEs มากยิ่งขึ้น” ดร.สิทธิกร กล่าว
...
นอกจากนี้ บสย. ยังรับดำเนินการ (Operate) “โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost” ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเริ่มคิกออฟเมื่อ 15 มกราคม 2569 โดย บสย. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินและ SMEs โดยนำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ ในการค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SMEs ตลอด 34 ปี มาต่อยอดในการดำเนินโครงการดังกล่าว
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม