กรมการค้าภายในหวั่นปีนี้ ขาดแรงงานเก็บทุเรียน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา พร้อมเร่งวางแผนรับมือผลผลิตที่จะออกมากถึง 1.78 ล้านตัน ทั้งเร่งเคลียร์เส้นทางขนส่งไปจีน ไม่ให้ติดขัด ส่งเสริมบริโภคในประเทศ ตั้งเป้าหมายราคาไม่ต่ำกว่ากก.ละ 100 บาท ส่วนข้าว หารือร้านสะดวกซื้อ-ผู้ผลิตตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ ทำข้าวกล่องพร้อมกับข้าวพร้อมรับประทาน ขายกล่องละ 35 บาท
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมได้เตรียมแผนรับมือสินค้าเกษตรสำคัญไว้ล่วงหน้าก่อนที่ผลผลิตจะออก โดยเฉพาะข้าวและทุเรียน ทั้งมาตรการระยะกลางและยาว เพื่อสร้างเสถียรภาพราคาให้กับเกษตรกร โดยสินค้าที่กำลังเร่งทำแผนรับมือ คือ ทุเรียน ที่ปีนี้คาดผลผลิตอยู่ที่ 1.78 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 10% เป็นทุเรียนภาคตะวันออก 1.06 ล้านตัน และภาคใต้ 7.2 ล้านตัน ซึ่งเดือน เม.ย.-พ.ค.69 จะออกมากที่สุด แต่ปีนี้ น่าจะมีปัญหาแรงงานเก็บทุเรียน เพราะที่ผ่านมา ใช้แรงงานกัมพูชาที่มีทักษะและความชำนาญ ปีนี้จึงต้องเร่งหาแรงงานอื่นมาทดแทน และต้องมีระยะเวลาในการฝึกทักษะด้วย โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาด้วย เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาผลผลิต สำหรับปีนี้ตั้งเป้าหมายราคาขายทุเรียนไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท ส่วนราคาส่งออกยังเป็นห่วงเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า
นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมแก้ปัญหาการเข้มงวดสารตกค้าง ทั้ง BY2 และแคดเมียม การเตรียมตู้คอนเทนเนอร์รองรับ ประสานด่านชายแดนที่จะส่งทุเรียนเข้าจีน และยังเตรียมแผนรับมือช่วงรอยต่อทุเรียนภาคตะวันออกและใต้ ที่จะออกมาชนกันช่วงเดือน มิ.ย.69 โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเรื่องล้ง หากบริหารจัดการไม่ดี จะฉุดราคาทุเรียนใต้ช่วงต้นฤดูกาลได้ รวมทั้งเตรียมการเรื่องขนส่งไปจีนผ่านเส้นทาง R8, R12, R9 ที่ต้องไม่ให้ติดขัดหน้าด่าน โดยเฉพาะเส้นทางผ่านจากไทย ลาว และเวียดนาม
...
“ปีนี้ จะมีทุเรียนของเวียดนามที่จะออกถึง 2 ล้านตัน มาแข่งกับทุเรียนไทยในตลาดจีน เราจึงจะเจาะตลาดจีนทางภาคตะวันตกให้มากขึ้น โดยผ่านเวียดนาม เพื่อเจาะให้ถึงเฉิงตู รวมถึงจะใช้เส้นทาง R3A จากไทยผ่านลาวเข้าคุนหมิง ไม่น่าจะมีปัญหา และมีแผนที่จะเปิดตลาดใหม่อย่างตะวันออกกลาง ที่จะเน้นการขายทุเรียนแช่แข็ง ทำเป็นเหมือนไอศกรีม ซึ่งเท่าที่หารือและนำไปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่ดูไบ ตลาดให้การตอบรับดี”
ขณะเดียวกัน มีแผนกระตุ้นการบริโภคทุเรียนไทย ทั้งจัดเทศกาลวันทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นในการส่งออกทุเรียนตู้คอนเทนเนอร์แรกเข้าสู่จีน รวมทั้งกระตุ้นการบริโภคในประเทศให้เพิ่มขึ้นจากเดิม ที่มีสัดส่วน 25% ส่งออก 75% โดยตั้งเป้าบริโภคในประเทศ 500,000 ตัน ส่งออก 1.28 ล้านตัน ซึ่งจะร่วมมือกับตลาดค้าส่ง นำทุเรียนกระจายไปยังพื้นที่ห่างไกล เชิญอินฟลูเอนเซอร์ ไลฟ์สดขายทุเรียนที่ตลาด จัดกิจกรรมโปรโมตให้กับนักท่องเที่ยว เป้าหมายจีน อินเดีย รัสเซีย เกาหลีใต้ เป็นต้น
สำหรับข้าว ในส่วนข้าวหอมมะลิ ไม่มีปัญหาด้านราคา แต่จะสนับสนุนให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้รอขาย ไม่จำเป็นต้องขายทันทีที่ผลผลิตออกมา และจะช่วยผลักดันใช้ช่องทางของร้านอาหาร Thai SELECT ส่วนข้าวขาว ข้าวหอมปทุม และข้าวเหนียว มีมาตรการช่วยชะลอการขาย เชื่อมโยงผู้ประกอบการข้าวถุง และช่วงผลผลิตออกมา จะเข้าไปเปิดจุดรับซื้อ รวมถึงกำลังหารือผู้ประกอบการ ทำข้าวกล่องราคาประหยัดจำหน่ายผ่านตู้อัตโนมัติ
“ตอนนี้ คุยกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยแล้ว เรื่องทำข้าวกล่องขายผ่านตู้อัตโนมัติ โดยผู้ซื้อสามารถเลือกได้ว่า จะเอาข้าวและกับข้าวอะไร เช่น ผัดกะเพรา ซึ่งจะใช้ให้เชฟมีชื่อเสียงช่วยทำกับข้าวให้ ส่วนตู้กด ก็คุยกับหลายๆ เจ้า ตั้งเป้าขายที่กล่องละ 35 บาท นอกจากนี้ ยังคุยกับร้านสะดวกซื้อเพื่อนำไปวางขาย แต่คิดค่าส่วนแบ่งการขาย (จีพี) สูงมาก ซึ่งได้ขอให้ช่วยปรับลดให้อีก คาดว่า เดือน ก.พ.69 น่าจะรู้ผล ถ้าทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ ก็หาวิธีอื่น”
นอกจากนี้ มีแผนที่จะช่วยลดต้นทุนผ่านโครงการธงเขียว จำหน่ายปุ๋ยเคมีและปัจจัยเกษตรราคาประหยัด แก้ไขกฎระเบียบนำเข้าเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้เอกชนทำได้เร็วขึ้น ส่งเสริมการแปรรูปข้าวไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มเดินหน้าผลักดันข้าวประณีต เช่น ข้าวอินทรีย์ ข้าวคุณลักษณะพิเศษ ข้าวสี ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) โดยจะสร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ โดยร่วมมือกับมาสเตอร์เชฟ สายการบิน ในการโปรโมต เชื่อมโยงเข้าสู่โรงแรมและร้านอาหาร ผลักดันเป็นของขวัญเชิงสุขภาพ เป็นต้น
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม