ผอ.กทท.ยอมรับเสียงอ่อน สร้างท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 อาจล่าช้าไม่เสร็จตามแผน ลุ้นเดือนกรกฎาคม 69 ส่งมอบพื้นที่ถมทะเลให้ “GPC” ผู้รับสัมปทานได้หรือไม่ หากไม่ทันอาจกระทบไทม์ไลน์เดิม โครงการล่าช้ากว่าแผนที่จะเปิดให้บริการในปี 71 เป็นปี 73 พร้อมเผยตัวเลขโลจิสติกส์ไตรมาส 1 ปีนี้ “เรือ-ตู้สินค้า-ตู้คอนเทนเนอร์” โตต่อเนื่อง ทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 5%

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 ว่า ปัจจุบันส่วนที่ 1 งานก่อสร้างทางทะเลมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 89% และยังคงเป็นไปตามแผนที่จะแล้วเสร็จในปี 2571 อย่างไรก็ตาม โครงการยังมีความเสี่ยงล่าช้า เนื่องจากติดปัญหาการส่งมอบพื้นที่สำหรับงานถมทะเล หากไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้แก่บริษัท จี พี ซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (GPC) ผู้รับสัมปทานได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 อาจส่งผลให้กำหนดการเปิดให้บริการต้องเลื่อนออกไป คาดว่าอาจเปิดดำเนินการได้ในปี 2573

...

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งรัดผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อให้โครงการเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว อันจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังจะช่วยแบ่งเบาภาระการใช้ท่าเทียบเรือของท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความลึกร่องน้ำและขนาดเรือ โดยปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 สามารถรองรับตู้สินค้าได้รวมกว่า 11 ล้านทีอียู ขณะที่ท่าเรือกรุงเทพรองรับได้ประมาณ 1.34 ล้านทีอียู ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายเดินหน้าพัฒนาท่าเรือในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับให้เป็นประตูเศรษฐกิจแห่งใหม่ของอาเซียน ภายใต้นโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ในส่วนของภาพรวมผลการดำเนินงานของ กทท. ในไตรมาส 1 ปี 69 พบว่ากิจกรรมโลจิสติกส์และการค้าผ่านท่าเรือยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเรือเข้าเทียบท่ารวม 3,844 เที่ยว เพิ่มขึ้น 5.55% ปริมาณสินค้าผ่านท่ารวม 32.32 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.82% และปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวม 3.05 ล้านทีอียู เพิ่มขึ้นถึง 10.65% ขณะที่ผลกำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.80%

สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของประเทศ มีเรือเข้าเทียบท่า 2,735 เที่ยว เพิ่มขึ้น 7.63% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 27.80 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 9.26% และมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวม 2.73 ล้านทีอียู เพิ่มขึ้น 12.28% โดยเฉพาะการเติบโตของสินค้าทั่วไปและสินค้าบรรจุตู้ที่เพิ่มขึ้นถึง 9.46% สะท้อนการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงการไหลเวียนของสินค้าในระบบโลจิสติกส์ที่กลับมาคึกคักอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ท่าเรือกรุงเทพมีภาพรวมการให้บริการเรือใกล้เคียงกับปีก่อน โดยจำนวนเที่ยวเรือรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.73% จากการขยายตัวของเรือชายฝั่งที่เพิ่มขึ้นถึง 7.40% ส่วนปริมาณสินค้ารวมและตู้สินค้ามีการปรับลดลงเล็กน้อย อันเป็นผลจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของพื้นที่ท่าเรือและการแข่งขันของเส้นทางขนส่ง อย่างไรก็ตาม ท่าเรือกรุงเทพยังคงมีบทบาทสำคัญในการรองรับการขนส่งชายฝั่งและการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม

...