สุภาษิตโบราณที่บอกไว้ว่า “มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่” มาถึงวันนี้อาจจะต้องเปลี่ยนไปเสียแล้ว ในยุคสมัยที่บ้านเมืองเกิดความสับสน ขณะที่ผู้นำประเทศยังไม่สามารถบริหารจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะปัญหาในโลกโลกาภิวัตน์ ที่อยู่เหนือการควบคุม และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมากลบปัญหาเก่า เหมือนที่ภาครัฐ และองค์กรอิสระกำลังดำเนินการอยู่
รัฐบาลพยายามเข้ามาแทรกแซงการค้าทองคำโดยอ้างวัตถุประสงค์เพื่อลดการแข็งค่าของเงินบาท พร้อมจัดการกลุ่มทุนสีเทาและแก๊งสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากทองคำถูกกล่าวหาว่าเป็นสินทรัพย์ตัวกลางในการฟอกเงินของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ทั้งพนันออนไลน์และการค้ามนุษย์ที่มีศูนย์กลางอยู่ในกัมพูชา
เป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ตลาดทองคำในประเทศไทยกลับเงียบเหงาอย่างผิดปกติ แม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะพุ่งสูงถึง 4,595.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งในประเทศ ณ วันที่ 17 ม.ค. 69 รับซื้อบาทละ 68,350 บาท ขายออกบาทละ 68,450 บาท และทองรูปพรรณขายออกแตะ 69,250 บาท แต่บรรยากาศการซื้อขายและบทวิเคราะห์จากสมาคมหรือผู้เชี่ยวชาญกลับหายไปจากหน้าสื่อ ทิ้งให้สำนักข่าวรายงานราคาไปตามสถานการณ์วันต่อวัน
สาเหตุสำคัญมาจากกระทรวงการคลังได้สนธิกำลังทุกฝ่าย ทั้งกรมสรรพากร กรมศุลกากร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าควบคุมการซื้อขายทองคำ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ ของบริษัทใหญ่ ทั้งร้านทองจินฮั้วเฮง ของนายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ รวมถึงห้างทองแม่ทองสุก (MTS Gold) และห้างทองเก่าแก่อย่างฮั่วเซ่งเฮง
เป้าหมายของการจัดระเบียบครั้งนี้คือการลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทและทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วประเทศ โดยคลังจะมอบหมายให้แบงก์ชาติเป็นผู้ออกกฎระเบียบใหม่ผ่านธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากพบว่าเงินฝากและเงินลงทุนในตลาดหุ้นไหลเข้าสู่ตลาดทองคำเป็นจำนวนมาก ข้อบังคับใหม่ที่นำมาใช้ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาสร้างความกดดันให้ผู้ค้าอย่างหนัก หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกตรวจสอบภาษีทันที โดยร้านทองต้องรายงานรายละเอียดการซื้อขายรายวันต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเวลา 17.00 น. ทั้งชื่อผู้ซื้อและจำนวนเงิน โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ต้องตรวจสอบบัตรประชาชนและที่มาของเงินอย่างละเอียด
...
ในส่วนของวงเงินธุรกรรมที่ต้องรายงาน รัฐบาลมีความประสงค์จะเริ่มตั้งแต่วงเงิน 100,000 บาท แต่ทาง ปปง. เสนอให้ขยายเป็น 700,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับราคาทองคำที่กำลังจะแตะบาทละแสนบาท และเพื่อลดภาระด้านเอกสารที่เกินจำเป็น การขยับตัวของรัฐครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพทางการค้า ในขณะที่คู่แข่งอย่างสิงคโปร์กำลังรุกหนักเพื่อเป็นฮับการค้าทองคำของภูมิภาค การแทรกแซงกลไกตลาดเช่นนี้กำลังทำให้กองทุนต่างชาติตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายของไทย
นอกจากนี้ ยังมีระเบียบที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรม เช่น หากซื้อทองคำน้ำหนัก 5 กิโลกรัมขึ้นไป อาจต้องรับทองในอีก 2 วันถัดไป และอาจบังคับให้ทำธุรกรรมผ่านธนาคารพาณิชย์เท่านั้น สำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ แบงก์ชาติจะคุมเพดานธุรกรรมรายวันระหว่าง 20-100 ล้านบาท และอาจกำหนดให้ซื้อขายด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เท่านั้น รวมถึงการซื้อขายล่วงหน้าทั้งใน และต่างประเทศต้องได้รับอนุญาตจากแบงก์ชาติก่อน
กระบวนการนี้ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 13-20 ม.ค. ที่ผ่านมา และกระทรวงการคลังมีกำหนดมอบหมายอำนาจให้แบงก์ชาติดูแลตลาดทองคำอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ม.ค. นี้ การใช้ไม้แข็งกับระบบเศรษฐกิจที่เปราะบางโดยไม่แยก “ผู้ร้าย” ออกจาก “ระบบ” อาจได้ผลในเชิงอำนาจรัฐ แต่ในระยะยาวจะเป็นการทำลายกลไกตลาดอย่างสิ้นเชิง ตลาดทองคำไทยอาจไม่พังทลายในทันที แต่จะค่อยๆ ซบเซาและบิดเบือนไปเรื่อยๆ ในขณะที่โลกก้าวไปข้างหน้าแต่เรากลับถอยหลังเพราะการแทรกแซงที่เกินขอบเขต