“รองปลัดคมนาคม” อัปเดตผลหารือเบื้องต้นกรณีอุบัติเหตุเครนงานก่อสร้างรถไฟไฮสปีดหล่นทับรถไฟ – เครนบนถนนพระราม 2 ด้าน “พิพัฒน์” ย้ำสอบสวนบนข้อเท็จจริง เตรียมแถลงผลสอบอุบัติเหตุภายในวันศุกร์ที่ 23 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น. พร้อมเดินหน้าสอบเชิงลึกทุกข้อสงสัยในอีก 45 วัน เพื่อหาตัวผู้รับผิดชอบ เตรียมหา 2 แนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยระหว่างการก่อสร้าง จ่อปิดถนนระหว่างการก่อสร้าง – เพิ่มเงื่อนไขใน TOR หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงสามารถยกเลิกสัญญา
วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครนหล่นทับรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว และเครนหล่นทับรถที่ถนนพระราม 2 ว่า ในการประชุมสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 กรณีถือเป็นครั้งที่ 2 ก่อนที่จะมีการประชุมอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 22 ม.ค. 69 ก่อนสรุปรายละเอียดผลสอบสวนข้อเท็จจริง และรายงานต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. คมนาคม โดยคณะกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมหลักฐานและข้อมูลเชิงประจักษ์จากหน้างานจริง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์อย่างรอบคอบ
...
สำหรับกระบวนการตรวจสอบถูกกำหนดให้ดำเนินการเป็น 2 ระยะอย่างชัดเจน โดยระยะแรกจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ตามข้อสั่งการของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อสรุปสาเหตุเบื้องต้นในเชิงวิศวกรรม และสื่อสารต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. คมนาคม จะแถลงข้อสรุปผลสอบข้อเท็จจริงในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม เวลา 09.00 น. ขณะที่ระยะต่อไปจะเป็นการสอบสวนเชิงลึก ใช้เวลาประมาณ 45 วัน เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และสรุปข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อสรุปหาความรับผิดชอบที่ชัดเจน และใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการตามสัญญาหรือกฎหมายต่อไป
“ย้ำว่า การทำงานของคณะกรรมการฯ จะยึดหลักข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการคาดเดาหรือการสรุปก่อนข้อมูลครบถ้วน โดยเฉพาะในช่วง 7 วันแรก จะยังไม่ชี้ว่าใครเป็นผู้กระทำหรือผู้รับผิดชอบ แต่จะมุ่งอธิบายกลไกทางวิศวกรรมที่นำไปสู่อุบัติเหตุ เพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจน ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น คณะกรรมการได้ลงพื้นที่มีความคืบหน้าในการเก็บหลักฐานจากหน้างานเกือบครบถ้วนแล้ว ทำให้สามารถตั้งสมมติฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุที่เป็นไปได้ในแต่ละพื้นที่ไว้ 2-3 ประเด็น ซึ่งคณะกรรมการฯ จะให้ข้อมูลเฉพาะที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับเท่านั้น” นายจิระพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีการหยิบยกข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพอุปกรณ์ โดยเฉพาะเหล็กชิ้นส่วนของเครน ซึ่งทีมผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ดำเนินการทดสอบแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีปัญหาเรื่องการรับน้ำหนักของเครน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการยังอยู่ระหว่างรอเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการก่อนจะสรุปผลในประเด็นดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ก่อสร้างถนนพระราม 2 ทีมวิศวกรรมของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยได้ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการวางฐานของโครงสร้างบนแผ่นพื้นที่มีความบาง ซึ่งไม่ใช่จุดที่ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักโดยตรง และจะต้องนำไปวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป
นายจิระพงศ์ ระบุต่อว่า นอกจากนั้น ในที่ประชุมยังได้มีข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ในอนาคต เช่น การปิดการจราจร 100% ในเส้นทางที่มีการก่อสร้างที่มีทางยกระดับอยู่ด้านบน และเพิ่มเงื่อนไขในการประมูลโครงการก่อสร้างหลังจากนี้ลงไปในขอบเขตงาน (TOR) โดยกำหนดว่า หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในระหว่างการก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต เจ้าของสัญญาสามารถบอกเลิกสัญญาได้ เป็นต้น
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม