2 ปีที่ผ่านมาคนไทยสูญเงินให้โจรออนไลน์ไปแล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท "ดีอี" เปิดหลัก "4 ไม่" ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ช่วยรอดจากการเป็นเหยื่อ

ในยุคที่อาชญากรรมออนไลน์พุ่งสูงและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดย ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC 1441 ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคาร สำนักงาน ปปง. สำนักงาน ก.ล.ต. สำนักงาน กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการทำงานภายใต้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก. มาตรา 13 เพื่อการป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยขอให้ประชาชนยึดหลัก “4 ไม่” คือ “ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เพิ่มความปลอดภัย “ไม่ตกเป็นเหยื่อ” ซึ่งเป็นหลักการป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ที่ทุกคนสามารถจดจำและนำไปใช้ได้ง่าย

ตัวเลขพุ่งสูง! คนไทยสูญเงินหลายหมื่นล้านจากอาชญากรรมออนไลน์

จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) พบว่านับตั้งแต่เปิดศูนย์ AOC1441 (Anti Online Scam Operation Center) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 9 มกราคม 2569 เป็นเวลากว่า 2 ปี มีผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์โทรแจ้งเหตุเข้ามา 2,727,833 ราย สามารถระงับธุรกรรมได้ 1,137,852 เคส สร้างความเสียหายรวมกันสูงกว่า 50,197 ล้านบาท โดยรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ การหลอกซื้อขายสินค้า/บริการ หลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัล หลอกโอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ และหลอกลวงให้กู้เงิน

...

“4 ไม่” – อาวุธป้องกันภัยที่ทุกคนต้องรู้

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า หลักการ “4 ไม่” ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนจดจำและปฏิบัติตามได้ง่าย โดยครอบคลุมทุกมิติของการป้องกันภัยจากสแกมเมอร์

1. ไม่กดลิงก์ – ระวังกับดักแฝงอันตราย

ลิงก์ปลอมที่ส่งมาทาง SMS อีเมล หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เป็นช่องทางหลักที่มิจฉาชีพใช้ในการขโมยข้อมูลส่วนตัว ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงดีอี ได้ออกมาตรการให้หน่วยงานรัฐ ยกเลิกการส่ง SMS และอีเมล แนบลิงก์แล้ว ดังนั้น ขอเตือนประชาชน อย่ากดลิงก์ที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ หรือลิงก์ที่มาพร้อมข้อความสร้างความตื่นตระหนก เช่น “บัญชีของคุณถูกระงับ กรุณายืนยันตัวตนภายใน 24 ชั่วโมง” หรือ “คุณถูกรางวัล คลิกรับของรางวัลทันที”

เคล็ดลับ: หากต้องการเข้าเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ ธนาคาร หน่วยงานต่าง ๆ ควรพิมพ์ URL โดยตรงหรือใช้แอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการเท่านั้น

2. ไม่เชื่อ – ต้องตรวจสอบทุกข้อมูล

ในยุคของเทคโนโลยี AI และ Deepfake ภาพและเสียงปลอมสามารถสร้างได้สมจริงมาก อาจมีการหลอกลวง ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้แต่คนรู้จักโทรมาขอความช่วยเหลือ

“อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็นและได้ยิน ให้โทรกลับไปยืนยันที่หมายเลขอย่างเป็นทางการเสมอ และระวังข่าวสารที่สร้างความตื่นตระหนกหรือดีเกินจริง” โดยสละเวลาเพื่อค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนเชื่อ

3. ไม่รีบ – หยุดคิด ก่อนตัดสินใจ

กลยุทธ์สำคัญของมิจฉาชีพคือการสร้างความกระวนกระวาย กดดันให้เหยื่อตัดสินใจโดยไม่ทันใช้สติ คิด วิเคราะห์ แยกแยะให้ชัดเจน เช่น “โปรโมชั่นสิ้นสุดในอีก 10 นาที” หรือ “หากไม่โอนเงินภายในวันนี้ จะถูกดำเนินคดี”

คำแนะนำ: หยุด ตั้งสติ และใช้เวลาคิดอย่างรอบคอบ ปรึกษาคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้วางใจก่อนทำตามคำสั่ง ไม่มีเรื่องด่วน หรือเรื่องจริงใด ๆ ที่ไม่สามารถรอได้สักครู่ ดังนั้นต้องมีสติทุกครั้งก่อนตัดสินใจ

4. ไม่โอน – ระวังสูญเงินและข้อมูลส่วนบุคคล

หากพบข้อความ SMS หรือบุคคลโทรมาขอให้โอนเงินอย่างเร่งด่วน ขอให้ตั้งสติตรวจสอบความชัดเจนของกิจกรรมนั้น การยืนยันด้วยรหัส OTP คือกุญแจสำคัญที่ใช้สำหรับการทำธุรกรรม โดยหากเป็นธนาคารและหน่วยงานที่ถูกต้องจะมีการยืนยันผ่านรหัส OTP ซึ่งจะต้องไม่เปิดเผยรหัสยืนยันนั้นแก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด เช่นเดียวกันกับรหัสข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ

...

หลอกโอนเงินหารายได้พิเศษ เหยื่อสูญเงินกว่า 1.3 ล้านบาท

AOC 1441 ได้รายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง เพื่อเป็นแนวทางในการระมัดระวังภัยการหลอกโอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ หลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัล และการหลอกลงทุนออนไลน์

ผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินเพื่อหางาน หารายได้พิเศษ เป็นจำนวนเงิน 1,360,519 บาท โดยพบโฆษณาทำงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง LINE ก่อนถูกเชิญเข้ากลุ่ม LINE จากนั้นได้รับแจ้งว่าจะต้องโอนเงินเพื่อสร้างเครดิตหมุนเวียน โดยจะได้รับเงินคืนพร้อมค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป แต่เมื่อต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ มิจฉาชีพอ้างว่าทำรายการผิดจะต้องโอนเงินเข้าไปเพื่อปลดล็อกระบบ แต่โอนเงินไปแล้วก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้

ด้านผู้เสียหายอีกรายสูญเงินไป 800,000 บาท จากการหลอกลวงผ่านโฆษณาบริษัทจัดหาแรงงานไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทาง Facebook มีความสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง LINE เพื่อทักไปสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแจ้งให้ส่งเอกสารข้อมูลส่วนบุคคล และให้โอนเงินค่าดำเนินการต่าง ๆ แต่เมื่อโอนเงินไปจนครบทุกรายการแล้ว กลับได้รับแจ้งว่าผู้เสียหายไม่ได้ใส่บันทึกช่วยจำ จะต้องโอนซ้ำอีกครั้ง ผู้เสียหายรู้สึกผิดปกติ จึงนำชื่อบริษัทจัดหางานไปตรวจสอบ และพบว่าเป็นเพจปลอม

...

ดีอี เร่งรัดมาตรการคุมเข้มปราบสแกมเมอร์

นอกจากกรณีของมาตรการการป้องกันการหลอกลวงผ่านหลัก “4 ไม่” แล้ว กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีมาตรการอื่น ๆ ที่กำลังดำเนินการ ได้แก่

  • ระบบตรวจจับและปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายที่มีการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปิดกั้น โดยใช้เทคโนโลยี AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์
  • การบูรณาการด้านข้อมูลร่วมกันของหน่วยงาน ธปท. กสทช. ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ธนาคาร ในการปิดกั้นช่องทางที่สแกมเมอร์ใช้ในการหลอกลวง ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สายด่วน AOC1441 พร้อมให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม “หลัก 4 ไม่” เป็นพื้นฐานสำคัญที่ประชาชนควรนำไปปฏิบัติ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมีสติ ระมัดระวัง และอัปเดตข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ประชาชนต้องสร้างเกราะป้องกันภัยออนไลน์เพื่อลดความเสี่ยงจากสแกมเมอร์

หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม