BDI หรือสถาบันบิ๊กดาต้า เปิดแผนปี 69 เดินหน้า ThaiLLM เปิดโมเดล AI ภาษาไทยที่ใหญ่ที่สุด ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว ให้สาธารณะนำไปต่อยอด AI ภาษาไทยได้หลากหลายสาขา พร้อมเปิดบริการแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลระดับชาติ (D2) เต็มรูปแบบ เผยระบบเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ ช่วยบริหารจัดการน้ำท่วมใต้ได้หลากหลายภารกิจ

น.ส.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ BDI เปิดเผยทิศทางการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ว่า ในปี 2569 จะได้เห็นการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลระดับชาติ ( Data Integration and Intelligence Platform -D2) ซึ่งเป็นพื้นที่กลางสำหรับการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร โดยข้อมูลที่เชื่อมโยงสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง ตลอดจนโครงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภาษาไทย ThaiLLM ซึ่งจะเปิดให้สาธารณะเข้าถึงโมเดลขนาดใหญ่ที่สุดภายในเดือนม.ค. 2569

โดยสำหรับความคืบหน้าของโครงการ ThaiLLM ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยแบบ Open Source และ Open License นั้น ล่าสุดได้เผยแพร่โมเดลพื้นฐานขนาด 8B พารามิเตอร์ และโมเดลขนาด 30B พารามิเตอร์ ไปแล้ว ส่วนโมเดลขนาดใหญ่ที่สุดจะเปิดให้สาธารณะเข้าถึงภายในเดือนม.ค. 2569 โดยโมเดลเหล่านี้ได้รับการฝึกด้วยข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการพัฒนา ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศ AI ภาษาไทย ให้สามารถนำไปต่อยอดใช้งานในหลากหลายสาขา โดยขณะนี้เริ่มมีการทดลองใช้งานและจะเห็นผลลัพธ์ในเร็ว ๆ นี้

...

“จุดเริ่มต้นสำคัญ คือโมเดลเฉพาะทางด้านการแพทย์สำหรับงานคัดกรองอาการ (Medical Screening) ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2569 พัฒนาโดยทีม ThaiLLM ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและโรงพยาบาลภาครัฐ โมเดลดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อประเมินคัดกรองเบื้องต้น ให้คำแนะนำการดูแลตนเอง และแนะนำการพบแพทย์อย่างเหมาะสม โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการวินิจฉัยโรค คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้ Chatbot รุ่นต้นแบบที่ใช้โมเดลนี้ได้ระหว่างเดือนเม.ย. - พ.ค. 2569 ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งคัดกรองด้วยข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้ และแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ในขั้นต้น”

ส่วนความคืบหน้าของโครงการ D2 พื้นที่กลางสำหรับการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร โดยข้อมูลที่เชื่อมโยงสามารถนำไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งในการพัฒนานโยบายแบบมุ่งเป้า การบริหารจัดการ และการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยข้อมูลและ AI มีแผนดำเนินงานตามลำดับ ได้แก่ การออกแบบมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานในปี 2568 การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2569 และการต่อขยายบริการด้านปัญญาประดิษฐ์ในปี 2570

น.ส.ธีรณี กล่าวอีกว่า BDI ยังเข้าไปมีบทบาทในการบูรณาการข้อมูลในช่วงน้ำท่วมภาคใต้ที่ผ่านมา โดยเชื่อมโยงข้อมูลการแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือจากแพลตฟอร์มภาคประชาชน 13 แหล่ง เพื่อลดความซ้ำซ้อน ตรวจสอบสถานะการปิดเคส และส่งข้อมูลให้หน่วยงานภาคีได้ทันที ทำให้ทุกหน่วยงานเห็นภาพรวมเดียวกันแบบเรียลไทม์ ร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการเชื่อมโยงข้อมูลผู้อพยพในศูนย์พักพิง เพื่อให้การช่วยเหลือมีความแม่นยำและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น รวมถึงอยู่ระหว่างพัฒนาระบบตรวจสอบสถานที่จัดเก็บรถ ที่ถูกเคลื่อนย้ายจากพื้นที่น้ำท่วมร่วมกับกรมการขนส่งทางบก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเครือข่ายอาสาสมัคร เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบสถานะรถได้อย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“นอกจากนี้ BDI ยังเตรียมมอบของขวัญปีใหม่ 2569 ในนามกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผ่านหลักสูตรออนไลน์ด้าน AI ในรูปแบบวิดีโอการสอนจำนวน 3 หลักสูตร ช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำ AI ไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเรียน และการสร้างเนื้อหา พร้อมต่อยอดเป็นทักษะใหม่เพื่อการประกอบอาชีพ หลักสูตรทั้งหมดจะเปิดให้เรียนฟรี ถือเป็นการยกระดับทักษะดิจิทัล เพื่อการพัฒนากำลังคนของประเทศ และขยายโอกาสการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน”.

...

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม