กระทรวงพาณิชย์ ไฟเขียวใช้มาตรการ “ขอใบอนุญาต” ส่งออกและส่งกลับ สินค้าใช้ได้สองทาง ที่ทำได้ทั้งสินค้าปกติและอาวุธทำลายล้างสูง เริ่มใช้ต้นปี 69 ระยะแรกคุมกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ก่อน หวังสร้างความเชื่อมั่นโลก ไทยไม่ได้เป็นแหล่งผลิตอาวุธทำลายล้างสูง และสอดคล้องมติสหประชาชาติ ส่วนระยะ 2 ขยายเพิ่มอีก 3 กลุ่ม พร้อมทำ “บัญชีสินค้าควบคุมแห่งชาติ”

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงว่า ที่ประชุม ซึ่งประกอบด้วย 13 หน่วยงานภาครัฐด้านความมั่นคง การต่างประเทศ ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการดำเนินมาตรการขออนุญาต (Licensing) สำหรับการส่งออกและส่งกลับสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ที่สามารถนำไปผลิตเป็นสินค้าปกติ และอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงได้ เพื่อให้การควบคุมสินค้าดังกล่าวรัดกุม โปร่งใส และสอดคล้องกับบริบทการค้าและการเมืองโลก ตลอดจนยึดถือกฎหมายภายในประเทศและพันธกรณีระหว่างประเทศ

...

สำหรับมาตรการขออนุญาต จะเริ่มบังคับใช้ต้นปี 69 โดยในช่วงแรก การขออนุญาตส่งออกจะครอบคลุม สินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ เช่น วัสดุเครื่องจักรกลหนัก และอุปกรณ์ทางเทคนิคที่อาจนำไปใช้ผลิตอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งกรมได้ออกแบบระบบให้เกิดความสมดุลระหว่างการควบคุมและการอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชน โดยสินค้าที่มีพิกัดศุลกากรเข้าข่าย แต่ไม่เข้าเกณฑ์สินค้าใช้ได้สองทาง ตามคุณสมบัติทางเทคนิค จะสามารถใช้รหัสยกเว้น ผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดภาระและไม่กระทบต่อธุรกิจการค้า

“มาตรการขออนุญาต เป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เพราะนอกจากจะแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศแล้ว ยังยกระดับความเชื่อมั่นของคู่ค้าและนักลงทุนต่างชาติว่า ไทยไม่ใช่แหล่งเผยแพร่สินค้าใช้ได้สองทาง ที่สามารถนำมาใช้เป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ที่เป็นภัยคุกคามต่อนานาชาติ”

ขณะเดียวกัน ที่ประชุม ยังเห็นชอบให้เตรียมขยายขอบเขตมาตรการขออนุญาต ระยะที่ 2 โดยขยายเพิ่มไปสู่สินค้ากลุ่มระบบนำร่องและระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน, กลุ่มยานพาหนะและอุปกรณ์ทางทะเล รวมถึงกลุ่มการบิน อวกาศ และการขับดัน เช่น โดรน ที่ปัจจุบันนำมาใช้ในการทำสงครามมากขึ้น พร้อมทั้งให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการควบคุมการถ่ายลำและการผ่านแดน โดยไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชนเกินจำเป็น พร้อมทั้งเห็นชอบให้จัดทำบัญชีรายการสินค้าควบคุมแห่งชาติ ด้วย

“จะมีการปรับปรุงและทบทวนบัญชีสินค้าสองทางอย่างน้อยทุก 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับระบบของศุลกากรโลก และทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยมาตรการขออนุญาต ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายภายในประเทศ ได้แก่ พ.ร.บ.การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 และสอดคล้องกับ ข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่มุ่งป้องกันการแพร่ขยายอาวุธและเทคโนโลยีที่เป็นภัยต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ”


อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม

...