ไลฟ์สไตล์
100 year

"ราคาทอง" อยู่ในเทรนด์ขาขึ้น นักลงทุนยังทยอยสะสมได้แม้ราคาทะลุ 3 หมื่น

ไทยรัฐออนไลน์
6 ส.ค. 2563 10:18 น.
SHARE

ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา เรียกได้ว่าเป็นปีทองของผู้ที่ชอบสะสมทองคำก็ว่าได้ เพราะราคาทองคำขยับขึ้นมาเรื่อยๆ จนเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 63 ที่ผ่านมา ราคาทองแตะ 3 หมื่นบาทให้เห็นเป็นครั้งแรก และถือว่าปรับขึ้นมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก็อยากจะถามว่า "วันนี้คุณกำไรแล้วหรือยัง"

ล่าสุด นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 2,031 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งราคาที่ปรับขึ้นมาในระดับนี้ถือว่าเป็นการปรับขึ้นมาสูงมาก

ข่าวแนะนำ

จากนี้ เรามองว่าทิศทางราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้น โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ล่าสุดพบว่าส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2 หดตัวถึง -32%

นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ก็ยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเกิดความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์จากสภาพคล่องที่เกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เหล่านี้จึงส่งผลให้นักลงทุน และธนาคารกลางหลายประเทศสะสมทองคำมากขึ้น รวมถึงกองทุน SPDR Gold Shares หรือ SPDR ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่ยังคงเข้าซื้อทองคำเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ราคาทองจะไปถึงไหน

YLG มองว่า ส่วนเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้จะปรับขึ้นไปเท่าใดนั้น ปัจจุบันถือว่าคาดการณ์ได้ยาก เพราะราคาปรับขึ้นมามากแล้ว ในขณะเดียวกันผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากวิกฤติก็อยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น แต่หากมีวัคซีนผลิตออกมาใช้ได้จริงก็อาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับลดลงได้

อย่างไรก็ตามมองว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ดังนั้นทองคำจึงยังคงอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น ซึ่งล่าสุดโกลแมน แซคส์คาดการณ์ว่าภายใน 12 เดือน ราคาทองคำจะปรับไปที่ 2,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งก็มีโอกาสเป็นไปได้  "YLG มองเป้าหมายถัดไปที่ 2,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นเงินบาทไทยประมาณ 31,000 บาท"

ทองแพงแบบนี้ลงทุนต่อดีไหม

ถ้าถามว่านักลงทุนควรลงทุนต่อดีไหม YLG มองว่า นักลงทุนควรกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ให้หลากหลายเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง สำหรับการลงทุนในทองคำนั้น ควรมีสัดส่วนการลงทุนทองคำในพอร์ตลงทุนที่ 5-15%

ส่วนคนที่เริ่มลงทุนควรมีสัดส่วนลงทุนอยู่ที่ 5% และค่อยปรับขึ้นๆ เป็น 10% และ 15% โดยสัดส่วนไม่ควรเกินระดับนี้ เนื่องจากปัจจุบันราคาก็ถือว่าปรับขึ้นมาสูงแล้ว แม้ว่าโอกาสราคายังสามารถปรับขึ้นได้อีก แต่การลงทุนควรมีวินัยและกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และถือทองคำไว้ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะสั้น แนะนำให้แบ่งพอร์ตเข้าซื้อหากราคาปรับลดลงมาที่ระดับ 2,000-1,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านระยะสั้นจะอยู่ที่ 2,031-2,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมตัดขาดทุนหากราคาทองคำหลุด 1,988 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ที่สำคัญนักลงทุนควรลงทุนในปริมาณที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แนวโน้มราคาทองราคาทองราคาทองรูปพรรณทองอัปเดตทองคำ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 10 เมษายน 2564 เวลา 22:15 น.