ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ทองคำ 2,500 เหรียญ/ออนซ์

    ลม เปลี่ยนทิศ30 ก.ค. 2563 06:05 น.
    SHARE

    ราคาทองคำใน ตลาด COMEX นิวยอร์ก ส่งมอบเดือนสิงหาคม คืนวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ที่ราคา 1,931 ดอลลาร์ต่อออนซ์ บวกขึ้นไป 33.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สูงสุดในรอบ 9 ปี เนื่องจากความวิตกในสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับจีน ทำให้นักลงทุนแห่เข้าไปซื้อทองคำที่ถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย รวมทั้งความวิตกต่อการระบาดของไวรัสโคโรนาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก จนทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯอ่อนแอ ต้องแจกเงินประชาชนเป็นซํ้าสอง

    ช่วงเย็นวันอังคารที่ผมเขียนบทความ ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กร่วงลงมาเหลือ 1,925.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ ทองคำแท่งในไทย รับซื้อบาทละ 28,550 บาท ขายบาทละ 28,650 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 28,030 บาท ขายบาทละ 29,150 บาท

    การซื้อขายทองคำที่นิวยอร์กวันจันทร์ ช่วงหนึ่งราคาทองคำพุ่งขึ้นไปถึง 1,943.92 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เท่ากับสถิติสูงสุดที่เคยขึ้นไปในเดือนกันยายน 2011 ก่อนร่วงผล็อยลงมาต่อเนื่องนานถึง 9 ปี เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาทำสถิติใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางการเก็งกำไรกันว่าราคาทองคำจะขึ้นไปถึงออนซ์ละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เป็น “ตัวเลขอาถรรพณ์” ในอดีต

    คุณวิเวก ดีฮาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทองคำของธนาคาร คอมมอนเวลธ์ แบงก์ ออฟ ออสเตรเลีย ให้ความเห็นกับซีเอ็นบีซีว่า ด้วยแรงเหวี่ยงของราคาทองคำในปัจจุบัน เราคิดว่าอีก 2-3 เดือนข้างหน้าราคาทองคำในตลาดโลกน่าจะก้าวข้ามราคา 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ ใครที่เป็นนักลงทุนทองคำได้ยินคงหูผึ่งตาโตแน่นอน

    คุณวิเวก ไม่เพียงคาดว่า ราคาทองคำจะขึ้นไปถึงออนซ์ละ 2,000 ดอลลาร์ แต่ยังตั้งคำถามที่ปลุกเร้าใจนักลงทุนทองคำด้วยว่า หลังจากนั้นราคาทองคำจะขึ้นไปอีกเท่าไหร่ เขาวาดฝันราคาทองคำในอนาคตว่า เราอาจจะได้เห็นราคาทองคำสูงกว่า 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจจะ ขึ้นไปถึง 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าจะให้ถึงราคา 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ธนาคารกลางสหรัฐฯจะต้องลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาให้ต่ำกว่าศูนย์

    เขาเห็นว่าราคาทองคำกับผลตอบแทนที่แท้จริง มีความสัมพันธ์แบบตรงกันข้ามกัน เมื่อผลตอบแทนที่แท้จริงลดลง ราคาทองคำก็จะสูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม เมื่อผลตอบแทนที่แท้จริงเพิ่มขึ้น ราคาทองคำก็จะลดลง เมื่อ ธนาคารกลางสหรัฐฯ รักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ใกล้ 0% ในปีนี้ และยังพูดกันว่า จะให้อัตราดอกเบี้ยติดลบดีไหม แบบเดียวกับ ยุโรป ญี่ปุ่น ทำให้ คุณโจชัว รอทบาร์ท หุ้นส่วนผู้จัดการ เจ.รอทบาร์ท แอน โค บริษัทค้าอัญมณีมีค่า คาดการณ์เช่นเดียวกันว่า ราคาทองคำจะขึ้นไปสูงกว่า 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปีนี้

    คุณโจชัว บอกว่า การที่ผู้คนรีบไปซื้อทองคำมาเก็บไว้ เกิดจาก “ปัจจัยความกลัว” หรือ Fear Factor จากการระบาดของไวรัส โคโรนาและความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลก นักลงทุนเลยประสาทรับประทาน ด้วยหวาดกลัวใน Fear Factor นักลงทุนเลยวิ่งเข้าหาทองคำ นอกจากนี้ นโยบายการเงินของธนาคารกลางประเทศต่างๆที่ผ่อนคลายมากขึ้น บวกกับ ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก ภาวะการว่างงานมหาศาล และ รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ เขาคิดว่าเราจะได้เห็น ราคาทองคำขึ้นไปเกิน 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

    ตั้งแต่ต้นปีมา ราคาทองคำขึ้นไปแล้วเกือบ 30% สัปดาห์ที่แล้วราคาทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 ปี หลังจากที่ ผู้นำสหภาพยุโรปเห็นชอบให้อัดฉีดเงินอีก 2 ล้านล้านดอลลาร์กระตุ้นเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์มองว่า แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจของอียูครั้งนี้ จะผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำลงไปอีก เลยทำให้ ราคาทองคำบูมขึ้นมา อย่างที่เห็น

    เมื่อเกจิทองคำฟันธงแบบนี้ เราคงได้เห็นทองคำออนซ์ละ 2,000 ดอลลาร์ในปีนี้แน่นอน และเราก็จะได้เห็น ทองรูปพรรณบาทละ 30,000 บาท แน่นอน ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศราคาทองทองคำราคาทองคำโลกราคาทองวันนี้ทองอัปเดตทองคำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้