ไลฟ์สไตล์
100 year

มหากาพย์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน สั่นสะเทือนตลาดหุ้น-ราคาทองคำ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 ม.ค. 2563 09:24 น.
SHARE

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุน ในตลาดหุ้นไทย วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงในทันทีที่เปิดตลาด นักลงทุนพากันเทขายหุ้น เพราะผวาสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านกดดัชนีหุ้นปรับตัวลงแดงเถือกตลอดทั้งวัน ปิดตลาดที่ 1,568.50 จุด ลดลง 26.47 จุด ระหว่างวันลงไปลึกสุดที่ 1,565.93 จุด ลดลง 29.04 จุด มูลค่าการซื้อขาย 71,208.83 ล้านบาท

แนะซื้อหุ้นปันผลสูง—หลุมหลบภัยที่ดี

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ ของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อ เนื่องจากอิหร่านมีการชักธงแดงขึ้นสู่ยอดเสาหลังคาสุเหร่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าจะมีการแก้แค้น และอาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ ทำให้เห็นเม็ดเงินไหลออกจาก ตลาดหุ้น เห็นได้จากระยะสั้นหุ้นทั่วโลกปรับฐานลงแรง โดยเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ทองคำปรับราคาเพิ่มพุ่งขึ้นมากกว่า 3% และราคาตราสารหนี้ที่ขึ้นมาแรง สะท้อนได้จากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวลง จึงแนะนำให้แบ่งเงินบางส่วน ไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงหุ้นปันผลสูง เพราะเป็นหลุมหลบภัยที่ดี

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจ ตลาดทุนไทย และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า คาดว่าทั้ง 2 ฝ่าย อาจหาทางออกที่ดีที่สุด การทำสงครามเป็นทางออกสุดท้าย เพราะหากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบทั่วโลก แต่เชื่อว่าไม่กระทบ จนถึงขั้นทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกถดถอย และราคาน้ำมันจะไม่ปรับตัวสูงถึงขั้นแตะระดับ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ทำให้ไม่ส่งผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างรุนแรง อย่างที่มีความกังวลกัน

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าหากอิหร่านมีการตอบโต้สหรัฐฯ และรุนแรงจะเป็นผลลบต่อตลาดหุ้น แต่เป็นผลบวกกับราคาน้ำมันและทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยหุ้นจะลงมากน้อยเพียงใด ขึ้นกับการตอบโต้ของอิหร่าน แต่ในเชิงกลยุทธ์ สถานการณ์จะไม่ยืดเยื้อและไม่ทำให้ดัชนีหุ้นลงแรง จึงแนะให้ ถือหุ้น ต่อและเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้น ที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลดีแต่ตลาดหุ้น ยังมีปัจจัยบวกกรณีการทำข้อตกลงการค้าสหรัฐฯกับจีนวันที่ 15 ม.ค.นี้ คาดว่าตลาดหุ้นอาจปรับตัวลงไม่มากนัก

ราคาทองคำผันผวนตามสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงาน ราคาทองคำภายในประเทศ ว่าทันทีที่เปิดตลาดราคาทองคำแท่งปรับขึ้นมาทันที 350 บาทต่อ 1 บาททองคำ ขึ้นมาที่บาทละ 22,500 ก่อนจะจะลดลง 50 บาท ไปปิดตลาดเท่าราคาเปิดคือ 22,500 บาท เพิ่มขึ้น 350บาท

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำในตลาดโลกมีโอกาสปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,600 ดอลลาร์/ออนซ์ จากปัจจุบันแกว่งตัวอยู่ที่ 1,575 กว่าดอลลาร์ จากความกังวลในประเด็นดังกล่าว ที่ต้องระมัดระวังการลงทุนให้มาก และมองว่าสถานการณ์สหรัฐฯ- อิหร่านรุนแรงกว่าทุกครั้ง ไม่น่าจะจบลงเร็วๆนี้ ราคาทองคำจะขึ้นหรือลงอยู่ที่เรื่องนี้เรื่องเดียว ถ้าตอบโต้กันรุนแรงต่อเนื่อง จะทำให้ราคาทองคำเด้งขึ้นมาได้อีก แต่หากยุติเร็วก็จะลดลง และเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ลูกค้ามีทั้งที่เข้ามาซื้อและขาย จากมุมมองที่แตกต่างกัน

“ผมไม่สามารถประเมินราคาทองคำภายในไทย ได้ว่าจะปรับตัวขึ้นลงระดับใด เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทที่ยังผันผวนสูง เช่น ช่วงก่อนปีใหม่จู่ๆก็แข็งค่าขึ้นมาเหนือ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เพียง 1-2 วันก็อ่อนตัวลงมา เป็นภาวะที่ไม่ปกติ ทำให้ประเมินได้ยากมาก เพราะค่าเงินบาทที่ผันผวนขึ้นลงทุกๆ 10 สตางค์ มีผลต่อราคาทองคำในประเทศ 60 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ”

ทั้งนี้ นักลงทุนอาจเข้าไปเก็งกำไร ในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าในตลาดอนุพันธ์ (TFEX) ได้ เพราะลงทุนได้ทั้ง 2 ขา แต่ต้องมีความรู้
ความเข้าใจ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนในตลาดทองคำปกติ ขณะที่ ตลาดซื้อขายทองคำรูปพรรณ เปิดตลาดปีใหม่ที่ผ่านมา ไม่คึกคักเท่าที่ควร เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อลดลง ประเมินว่าสถานการณ์จะลากยาวไปถึงเทศกาลตรุษจีนปลายเดือน ม.ค. นี้ ซึ่งปกติตลาดซื้อขายทองคำรูปพรรณ จะคึกคักอย่างมาก และคาดว่าจะซึมยาวไปถึงเทศกาลสงกรานต์

“สมคิด” มั่นใจไทยฝ่าวิกฤติได้

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวต้องติดตามใกล้ชิด หากไม่มีความรุนแรงถือว่าเป็นเรื่องดี แต่หากความรุนแรงมีมากขึ้นก็ยังเชื่อมั่นว่า พื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทย ที่มีความแข็งแรงและทุนสำรองเงินตรา ระหว่างประเทศที่มีอยู่ในระดับสูง จะทำให้สามารถ รับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ติดตามและประเมินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการส่งออกทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย หากพบว่ามีความจำเป็นที่ต้องออกมาตรการ เพื่อรองรับผลกระทบ ก็พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือทันที

ขณะที่ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดระบุว่า ความขัดแย้งดังกล่าว จะไม่ยุติลงง่ายๆ ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และระยะเวลาที่ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง หากน้ำมันดิบดูไบยืนที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นเวลา 6 เดือน จะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 0.75% จากกรณีฐาน กล่าวคือ เงินเฟ้อทั่วไปขยับขึ้นมาเป็น 1.15%-1.65%.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทยราคาทองหุ้นปันผลเอเซีย พลัสศูนย์วิจัยกสิกรไทยดัชนีหุ้นปรับตัวลงขายหุ้น

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 18:29 น.