ประธานาธิบดีปูติน เยือนฝรั่งเศส พบหารือประธานาธิบดีมาครง จนนับเป็นการเจรจาครั้งแรกระหว่างผู้นำรัสเซีย-ฝรั่งเศสในรอบ 10 ปี เปิดแถลงข่าวร่วม พร้อมจับมือแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองในซีเรีย
เมื่อ 29 พฤษภาคม 2560 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงาน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้ให้การต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เมื่อวันจันทร์ที่ 29 พ.ค. ผ่านมา นับเป็นการเจรจาครั้งแรกหลังจากผู้นำฝรั่งเศสและรัสเซียได้พบกันครั้งสุดท้ายเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โกซีของฝรั่งเศสได้พบปะเจรจากับประธานาธิบดี ปูติน ในที่ประชุม G8 ที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โกซีได้ถูกประธานาธิบดีรัสเซียต้อนจนมุมในการแถลงข่าวร่วม จนกระทั่งมีการวิเคราะห์กันว่า นายซาร์โกซีเมาวอดก้า
ข่าวแจ้งว่า การประชุมในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงไป ประธานาธิบดี มาครงและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีการเจรจาร่วมกันอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับปัญหาซีเรียและสิทธิมนุษยชน ซึ่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวว่า "มีเส้นแดงที่ห้ามก้าวข้ามในประเด็นปัญหาซีเรีย" ขณะที่ ทั้งผู้เชี่ยวชาญและประชาชนฝรั่งเศสต่างตั้งหน้าตั้งตารอดูว่า ประธานาธิบดีคนใหม่ของเขาจะสามารถจัดการปัญหาวิกฤติในการเจรจากับผู้นำรัสเซียในครั้งนี้อย่างไร
...
ในการแถลงข่าวร่วมกัน ภายหลังการประชุมพบปะหารือของผู้นำทั้งสอง นายเอมมานูเอล มาครงดูสงบนิ่ง มีท่วงท่าของการตัดสินใจที่เด็ดขาดและมั่นใจมาก เขาได้กล่าวต่อหน้าผู้สื่อข่าวว่า ได้มีการเจรจากับประธานาธิบดีปูตินเกี่ยวกับปัญหาซีเรีย การเฝ้าระวังของประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีและการเข้าถึงของหน่วยงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการก่อการร้าย ซึ่งเป็นปัญหาความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย
“เส้นแดงของฝ่ายรัฐบาลฝรั่งเศส นั้น มีความชัดเจนว่า การใช้อาวุธเคมี ไม่ว่าจากฝ่ายไหนก็ตามแต่ จะต้องได้รับการตอบโต้ด้วยกำลังทหารในทันทีทันใด โดยเฉพาะจากฝรั่งเศส" ประธานาธิบดีมาครงกล่าวในการแถลงข่าวกับประธานาธิบดีปูติน ซึ่งรัสเซียให้การสนับสนุนรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรียอย่างเปิดเผย ทั้งที่เคยถูกกล่าวหาว่าได้ใช้อาวุธเคมีหลายครั้งแล้ว
ข่าวแจ้งว่า รัฐบาลฝรั่งเศสต้องการเพิ่มความร่วมมือกับรัสเซียให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่ขยายตัวอยู่ในประเทศซีเรียได้อย่างเด็ดขาด และการใช้กระบวนการทางการเมืองเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมเจรจาเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ปัญหาการก่อการร้ายที่หลายประเทศเผชิญอยู่และผู้อพยพที่ทะลักเข้ามาในยุโรปมีต้นตอมาจากความขัดแย้งในซีเรีย ดังนั้นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งก็จะช่วยผ่อนเบาปัญหาอื่นๆ ตามมา
สำหรับประเด็นความขัดแย้งในยูเครน การเจรจาของผู้นำทั้งสองฝ่ายมีความเปิดเผยและตรงไปตรงมามากขึ้น ทางด้านประธานาธิบดีปูตินระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียไม่ได้ช่วยให้การแก้ปัญหาวิกฤติยูเครนลุล่วงแต่อย่างใด ขณะที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเรียกร้องให้มีการเจรจาในกรอบนอร์มังดี ประกอบด้วยรัสเซีย ยูเครน ฝรั่งเศสและเยอรมนี ที่จะจัดขึ้นในเร็ววันนี้หรืออีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความตึงเครียดในประเทศยูเครนไม่ให้แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่
“ในเรื่องนี้ เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งที่เราทั้งสองได้มีการแลกเปลี่ยนท่าทีและมุมมองของกันและกัน และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมเองได้เปิดเผยถึงความมุ่งมั่นว่า เราสามารถประสบความสำเร็จภายใต้กรอบการทำงานตามภาระผูกพันของความตกลงมิงสค์และอาจเพิ่มเติมจากที่มีอยู่” ประธานาธิบดีมาครง กล่าว
ข่าวเกี่ยวข้อง
ประธานาธิบดีมาครง ถกครั้งแรก 'ปูติน' จับมือสางปัญหายูเครน-ซีเรีย