รัฐบาลเมืองเบียร์ เปิดฉากอัดทรัมป์..ซิกมาร์ กาเบรียล รมว.ต่างประเทศ ไม่ไว้หน้า วิจารณ์หนัก ผู้นำสหรัฐฯ กำลังทำให้ตะวันตกอ่อนแอลง ดำเนินนโยบายวิสัยทัศน์สั้น มุ่งแต่จะขายอาวุธ และเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน

เมื่อ 30 พ.ค. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงาน นายซิกมาร์ กาเบรียล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี เปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ อย่างรุนแรง ชี้ว่าผู้นำสหรัฐฯ พยายามทำให้ชาติตะวันตกอ่อนแอลง อีกทั้งรัฐบาลทรัมป์มีจุดยืนต่อต้านผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป โดยความเห็นดังกล่าวของนายกาเบรียล  รมว.ต่างประเทศเยอรมนี ที่มีต่อผู้นำสหรัฐฯ อย่างรุนแรงนั้น ถือเป็นการประสานท่าทีของรัฐบาลเยอรมนีที่มีต่อทรัมป์ เพราะมีขึ้นเพียง 24 ชั่วโมง หลังจากนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล เพิ่งประกาศว่าจากนี้ไป ยุโรปจะไม่พึ่งพาชาติพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ  และอังกฤษอีกแล้ว

‘ใครก็ตามที่เร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยการลดมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง ใครก็ตามที่มุ่งแต่จะขายอาวุธให้แก่ประเทศในพื้นที่ที่มีสงครามความขัดแย้ง และใครก็ตามที่ไม่ต้องการใช้วิถีทางทางการเมืองแก้ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนา ถือว่าคนผู้นั้นกำลังทำให้สันติภาพของยุโรปตกอยู่ในความเสี่ยง’ นายกาเบรียล รมว.ต่างประเทศกล่าว พร้อมยังตำหนิว่า ‘นโยบายที่มีวิสัยทัศน์สั้นของรัฐบาลอเมริกันที่ต่อต้านผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป เพื่อให้ตะวันตกกลายเป็นเล็กลง และในที่สุดก็อ่อนแอลง’

...

ซีเอ็นเอ็น ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลเยอรมนีและชาติยุโรปอื่นๆ ไม่มีความประทับใจในท่าทีของทรัมป์ต่อที่ประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่เบลเยียม และการประชุมสุดยอดผู้นำชาติอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติ ที่อิตาลี เมื่อสัปดาห์ก่อน เนื่องจากทรัมป์ได้ปฏิเสธที่จะลงนามในแถลงจุดยืนแก้ไขวิกฤติสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือภาวะโลกร้อน ตามข้อตกลงปารีส จนส่งผลให้แถลงการณ์จุดยืนด้านการแก้ไขวิกฤติโลกร้อนของกลุ่มจี 7 ในปีนี้ มีเพียง 6 ประเทศนั้น โดยได้ระบุว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างทบทวนนโยบายใหม่ จึงไม่สามารถตกลงกับสหรัฐฯ ได้ในที่ประชุม.