“มูน แจ-อิน” ผู้สมัครหัวเสรีจากพรรคฝ่ายค้าน ที่ชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ทำสำเร็จ ชนะเลือกตั้งเป็นผู้นำแดนโสมขาวคนใหม่ หลังมีผู้สมัครลงขับเคี่ยวกันถึง 13 คน โดยเจ้าตัวชูแนวทางนโยบายปรองดองกับเกาหลีเหนือ ขณะที่บรรยากาศการเลือกตั้งคึกคักตั้งแต่เช้า ท่ามกลางกระแสการตื่นตัวของชาวกิมจิรุ่นใหม่

หลังจากประเทศฝรั่งเศสได้ผู้นำชาติคนใหม่ที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของแดนน้ำหอม ไปเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ล่าสุดถึงคิวการเลือกตั้งของแดนกิมจิ โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ว่าตั้งแต่เช้าวันเดียวกันนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวเกาหลีใต้ทยอยออกไปใช้สิทธิ์เลือกประธานาธิบดีอย่างคึกคักตั้งแต่คูหาเลือกตั้งเปิดทั่วประเทศเมื่อเวลา 06.00 น. ซึ่งเร็วกว่าเวลาในไทย 2 ชม. ท่ามกลางการคาดการณ์ยอดผู้ใช้สิทธิ์จะมีมากเป็นประวัติการณ์ เพราะกระแสตื่นตัวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่และเข้าใช้สิทธิ์มากกว่าทุกปี

โดยในเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเกาหลีใต้ มียอดผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 75.1% เมื่อถึงเวลาคูหาปิดในเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น คาดว่ายอดผู้ใช้สิทธิ์รวมจะมีมากกว่า 80% และถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่นายคิม แด-จุง ชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2540 ซึ่งครั้งนั้นมียอดผู้ใช้สิทธิ์รวม 80.7%

ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน ตามเวลาในไทย ข่าวระบุว่าผลสำรวจหน้าคูหาเลือกตั้ง หรือเอ็กซิตโพลที่จัดทำโดยสถานีโทรทัศน์ 3 ช่องของเกาหลีใต้พบว่า นายมูน แจ-อิน เป็นผู้ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ คาดว่าน่าจะได้คะแนนอยู่ที่ 41.4% โดยมีผู้สมัครอีก 2 คน ได้คะแนนตามมาห่างๆ คือ นายฮอง จูน-พโย อดีตอัยการ ผู้สมัครสายอนุรักษนิยม ได้ 23.3% และนายอาห์น โชลซู ที่เป็น 1 ในตัวเต็งก่อนเลือกตั้ง ได้คะแนนลำดับ 3 อยู่ที่ 21.8%

...

ข่าวระบุด้วยว่า ว่าที่ผู้นำคนใหม่มีกำหนดต้องเข้าสาบานตน รับเก้าอี้ในวันรุ่งขึ้นและเริ่มทำงานทันทีทั้งการเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่ต้องผ่านรัฐสภาอนุมัติ รวมถึงคณะรัฐมนตรีเก้าอี้สำคัญอื่นๆ ทั้งนี้เป็นไปตามที่ผู้สมัครส่วนใหญ่รวมทั้งนายมูนประกาศไว้ โดยว่าที่ผู้นำคนใหม่มีงานใหญ่รออยู่มากมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือที่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และยิงขีปนาวุธเขย่าขวัญเพื่อนบ้านเป็นระยะๆ

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัคร 13 คน แต่มีตัวเต็งอยู่ 2 คนคือ นายมูน แจ-อิน ผู้สมัครหัวเสรีจากพรรคฝ่ายค้าน “พรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี” ผู้ชูแนวทางปรองดอง ต้องการเพิ่มการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือมากขึ้น ควบคู่กับการกดดันและมาตรการคว่ำบาตรและมุ่งปฏิรูปกลุ่มบริษัทครอบครัวยักษ์ใหญ่และทรงอิทธิพลของเกาหลีใต้ที่เรียกว่า “แชโบล” ซึ่งโพลสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีคะแนนนิยมเหนือคนอื่นๆอยู่ที่ 38% โดยมีนาย อาห์น โชลซู ผู้สมัครหัวสายกลางที่ให้คำมั่นจะดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงแห่งชาติเข้มข้นขึ้น มีคะแนนนิยมอยู่ที่ 20%

การเลือกตั้งยังเป็นการสิ้นสุดภาวะสุญญากาศ ไร้ผู้นำนานหลายเดือนในเกาหลีใต้ หลัง น.ส.ปัก กึน-เฮ อดีตผู้นำหญิง ถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนอิมพีชเมนต์และศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยืนตามมติรัฐสภาเมื่อเดือน มี.ค. และถือเป็นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกของเกาหลีใต้ที่ถูกอิมพีชเมนต์ ขณะนี้ถูกจองจำรอไต่สวนคดีข้อหาคอร์รัปชันและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ กรณีปล่อยให้นางชอย ซูนซิล เพื่อนสนิท ก้าวก่ายกิจการรัฐและหาผลประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่มีตำแหน่งทางการเมือง จนได้ฉายา “รัสปูตินหญิง” แห่งเกาหลีใต้และกำลังถูกดำเนินคดีเช่นกัน เรื่องอื้อฉาวยังลามเล่นงานผู้บริหารระดับสูง ของกลุ่มธุรกิจแชโบลอย่างนายลี แจ ยอง ทายาทผู้ก่อตั้งและรองประธานเครือบริษัทซัมซุง ถูกกล่าวหาติดสินบนนางชอยเพื่อแลกผลประโยชน์ด้วย ทั้งนี้สื่อเกาหลีใต้ระบุด้วยว่า น.ส.ปักซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ตัดสินใจไม่ออกไปใช้สิทธิ์และน่าจะลุ้นผลเลือกตั้งได้ทางโทรทัศน์ในเรือนจำ

ส่วนท่าทีของเพื่อนบ้านที่แถลงกันก่อนรู้ผลเลือกตั้ง ญี่ปุ่นแถลงพร้อมพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่ว่าใครจะได้เป็นผู้นำเกาหลีใต้ ส่วนจีนเรียกร้องผู้นำคนใหม่ หาทางผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยการยกเลิกการติดตั้งระบบธาดที่พิสูจน์แล้วว่า ไร้ผลต่อการสกัดความเคลื่อนไหวทางนิวเคลียร์และขีปนาวุธเกาหลีเหนือ ขณะที่สหรัฐฯย้ำชัดพร้อมทำงานร่วมมือใกล้ชิดและจะปฏิบัติตามคำมั่น เพื่อป้องกันเกาหลีใต้จากภัยคุกคามเกาหลีเหนือซึ่งแสดงออกชัดเจนต้องการเห็นชัยชนะของนายมูน เพราะปัญหาตึงเครียดทั้งหมดเกิดจากรัฐบาลอนุรักษนิยมของเกาหลีใต้

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงจุดยืนของรัฐบาลไทยต่อการเลือกตั้งผู้นำเกาหลีใต้ว่า ยินดีกับทุกท่านไม่ว่าใครได้รับเลือกขึ้นมา เรามีการคบค้าสมาคมกันอยู่แล้ว คิดว่าในส่วนของการแก้ปัญหา นานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศก็พยายามแก้ปัญหานี้อยู่แล้ว ไทยก็มีส่วนร่วมในพันธกรณีกับสหประชาชาติอยู่