ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา
ศาลสูงสุดแห่งประเทศเวเนซุเอลาดำเนินการยึดอำนาจนิติบัญญัติของรัฐสภาเวเนซุเอลาแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ครอบครองอำนาจบริหารครบทั้ง 3 ฝ่าย...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มี.ค. ศาลสูงสุดแห่งประเทศเวเนซุเอลาออกคำสั่งริบอำนาจนิติบัญญัติของสภาสมัชชาแห่งชาติซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก และโยกย้ายอำนาจดังกล่าวไปให้กับศาลสูงสุด ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ภักดีต่อรัฐบาลของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร โดยอ้างว่าสภาดูหมิ่นศาล ทำให้สมาชิกฝ่ายค้านออกมาประณามว่านี่เป็นการทำรัฐประหาร
“ให้เป็นที่รู้กันว่า ตราบเท่าที่สถานการณ์การดูหมิ่นยังเกิดขึ้น และการปฏิบัติงานของสภาสมัชชาแห่งชาติยังถูกตัดสินให้เป็นโมฆะ ศาลรัฐธรรมนูญนี้ขอรับประกันว่า การทำงานของสภาทั้งหมดจะกระทำโดยศาลแห่งนี้ หรือ สถานบันที่ได้รับมอบหมาย เพื่อปกป้องหลังนิติธรรม” คำสั่งศาลระบุ
ทั้งนี้ การแย่งชิงอำนาจในเวเนซุเอลาระหว่างประธานาธิบดีมาดูโรกับกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้าน ‘เอ็มยูดี’ ดำเนินมาตลอดนับตั้งแต่รัฐบาลเสียเสียงข้างมาในสภาไปในการเลือกตั้งปี 2015 ซึ่งหลังจากนั้นศาลสูงสุดก็ตัดสินให้การตัดสินใจจากสภาเป็นโมฆะหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยเข้ายึดการทำงานของสภาโดยตรงเหมือนครั้งนี้
...
คำตัดสินของศาลสูงสุดเวเนซุเอลาหมายความว่า อำนาจอาจทั้ง 3 ของเวเนซุเอลาคือ อำนาจนิติบัญญัติ, อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ จะถูกควบคุมโดยพรรครัฐบาล พรรคยูไนเต็ตโซเชียลลิสต์ (ยูเอส) ของนายมาดูโรทั้งหมด ขณะที่ฝ่ายค้านไม่มีอำนาจใดๆ เลย
เรื่องดังกล่าวทำให้นาย ฮูลิโอ เบอร์เกส ประธานสภาสมัชชาแห่งชาติออกมาประณามว่า “นิโคลัส มาดูโร ได้ก่อรัฐประหาร” “คำตัดสินนี้มีความหมายว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ นิโคลัส มาดูโร ได้ครอบครองอำนาจทั้งหมดในการออกกฎหมาย, มอบหมายสัญญา, สร้างหนี้ต่างประเทศ และข่มเหงชาวเวเนซุเอลาด้วยกัน”
ขณะที่นายมาดูโร แสดงความเห็นเกี่ยวกับคำตัดสินของศาลในครั้งนี้ว่า “ศาลได้มอบอำนาจพิเศษให้ที่เกิดมาจากข้อกำหนดของคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินในรัฐธรรมนูญของเราให้แก่ผม นี่เป็นคำสั่งของศาลสูงสุด นี่เป็นคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์“
คำตัดสินของศาลสูงสุดเวเนซุเอลายังส่งแรงช็อกไปทั่วภูมิภาค โดนรัฐบาลเปรูตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเวเนซุเอลาทั้นที รวมทั้งเรียกตัวนาย มาริอาโน โลเปซ คาวาร์รี เอกอัครราชทูตประจำกรุงการากัสกลับประเทศด้วย ขณะที่ประธานาธิบดี เปโดร ปาโบล คุคซีนสกี เรียกคำตัดสินของศาลเวเนซุเอลาว่าเป็น มาตรการเผด็จการที่ขัดขวางหลังนิติธรรม และทำให้เกิดการพังทลายของรัฐธรรมนูญและระบบประชาธิปไตย