โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวย้ำว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เขาจะสั่งให้กองทัพโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงคืบหน้า
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสถานีโทรทัศน์ CNN โดยพูดถึง 5 ครั้งว่า มีความเป็นไปได้ “น้อยมาก” ที่เขาจะต้องสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีใส่อิหร่านอีกครั้ง ตราบใดที่การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ และการเปิดเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความคืบหน้า
นายทรัมป์ระบุว่าขึ้นอยู่กับว่าอิหร่านจะยอมลงนามข้อตกลงที่เข้มงวดหรือไม่ พร้อมชี้ว่าอิหร่านเป็นประเทศที่กำลังล้มเหลวและเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรงด้วยอัตราเงินเฟ้อสูงถึง 301% รวมถึงถูกโจมตีทางทหารอย่างหนักจนศักยภาพอ่อนแอลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากจำเป็น สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการต่อ
นายทรัมป์เผยด้วยว่า สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำ ประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลาง และพร้อมปฏิบัติการทันทีหากมีคำสั่ง นอกจากนี้ยังได้กำหนดเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานในอิหร่านไว้แล้ว เช่น สะพาน 38 แห่ง และโรงไฟฟ้า แต่ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่อยากทำลายโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นเพราะต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานนับสิบปี
ผู้นำสหรัฐฯ อ้างอีกว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านถูกทำลายไปหมดแล้ว ส่วนคลังอาวุธเหลือขีดความสามารถในการผลิตขีปนาวุธเพียง 10% และโดรนเพียง 15% เท่านั้น เนื่องจากโรงงานส่วนใหญ่ถูกทำลายไปแล้ว
ทั้งนี้ หลังผ่านพ้นศึกเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน การเคลื่อนไหวทางการทูตในตะวันออกกลางก็กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ต่อสายโทรศัพท์หา ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ทานี เจ้าผู้ครองนครกาตาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการลดความตึงเครียด
ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้ร่วมพูดคุยหารือทางโทรศัพท์ กับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศคู่ค้าและพันธมิตรในภูมิภาค ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), โอมาน, ปากีสถาน, คูเวต, จอร์แดน, ตุรกี, ไซปรัส และกาตาร์
อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ก็ยกระดับการกดดันอิหร่านด้วยการตั้งรางวัล 20 ล้านดอลลาร์สำหรับใครก็ตามที่ให้ข้อมูลโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน พร้อมเสนอช่วยย้ายที่อยู่ใหม่ให้แก่ผู้ที่ให้เบาะแส และจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อปิดกั้นเส้นทางขนส่งอาวุธทางบกเข้าสู่เตหะรานด้วย
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn