อิหร่านดำเนินการประหารชีวิตชาย 3 คน ในข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคง หลังจากพวกเขาเข้าร่วมการประท้วงใหญ่เมื่อเดือนมกราคม ซึ่งเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่และมีผู้เสียชีวิตหลายพันศพ
สำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการประหารชีวิตชาย 3 คน ในข้อหาก่อความวุ่นวายและใช้อาวุธระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในเมืองคาราจ ทางตะวันตกของกรุงเตหะราน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้แก่ นายฮัสซัน ดีโอบันด์, ฮามิด คาเซมี และเรซา ซันกาเนห์ ถูกกล่าวหาว่าปาระเบิดขวดและระเบิดมือ, ใช้อาวุธมีคมและอาวุธปืน รวมถึงเผาทำลายระบบสาธารณูปโภค ส่งผลให้ไฟฟ้าดับในบางพื้นที่
ศาลฎีกาพิพากษายืนให้ประหารชีวิตในข้อหาเข้าร่วมปฏิบัติการในนามของ “ระบอบไซออนิสต์อิสราเอล สหรัฐอเมริกา และกลุ่มอริ” นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาอีก 10 รายที่ถูกจับกุมในเครือข่ายเดียวกันและรับโทษจำคุก 5-10 ปี
การประท้วงเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมปีก่อนจากปัญหาค่าครองชีพสูง ก่อนจะบานปลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ช่วงวันที่ 8-9 มกราคม และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง โดยทางการอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 ศพ โดยโทษว่าเป็นผลจากการก่อการร้ายที่รับคำสั่งจากสหรัฐฯ และอิสราเอล
ขณะที่หน่วยงานเอ็นจีโอต่างประเทศและสื่อต่างชาติระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงสูงกว่าที่ทางการอิหร่านประกาศออกมา และมีรายงานว่ากองกำลังความมั่นคงเปิดฉากยิงใส่ผู้ประท้วงที่ไร้อาวุธด้วย
ทั้งนี้ จำนวนการประหารชีวิตของอิหร่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเข้าใส่อิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จุดชนวนให้เกิดสงครามซึ่งยืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้
นายโฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้โทษประหารชีวิตที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่าตั้งแต่ 19 มีนาคม ถึง สิงหาคม มีผู้ถูกประหารชีวิตในข้อหาความมั่นคงอย่างน้อย 56 ราย โดย 27 รายเกี่ยวโยงกับการประท้วงเดือนมกราคม
ด้านองค์กรนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ระบุว่าปีที่ผ่านมาอิหร่านประหารชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 2,159 ราย ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2524
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc