เกิดเหตุวาฬนำร่องเกยตื้นเป็นฝูงบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะเหนือในนิวซีแลนด์ พบวาฬประมาณ 50 ตัวติดอยู่ตามโขดหินและชายหาด ก่อนตายทั้งหมด แม้เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยพยายามช่วยเหลือวาฬที่ยังมีชีวิต รวมถึงนำบางตัวกลับลงทะเลได้สำเร็จ แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ท่ามกลางสภาพชายฝั่งที่มีคลื่นแรงและเป็นพื้นที่ห่างไกล ทำให้ปฏิบัติการช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก

วาฬนำร่องประมาณ 50 ตัวตาย หลังเกยตื้นบริเวณชายฝั่งเมืองงาวี ใกล้หมู่บ้านเคปพัลลิเซอร์ ทางตอนใต้สุดของเกาะเหนือ ประเทศนิวซีแลนด์ โดยทีมกู้ภัยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่ยากลำบากและสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก

กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่า พบฝูงวาฬนำร่องเกยตื้นบริเวณชายฝั่งดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยในช่วงแรกพบวาฬเกยตื้นอย่างน้อย 20 ตัว ในจำนวนนี้มี 4 ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่

องค์กรช่วยเหลือสัตว์ทะเล Project Jonah New Zealand ซึ่งร่วมปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและชนเผ่าเมารีในท้องถิ่น หรืออีวี ได้เร่งประเมินสภาพร่างกายของวาฬ และเตรียมแผนช่วยนำวาฬที่ยังมีชีวิตกลับลงทะเลในช่วงน้ำขึ้น ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สามารถนำวาฬ 2 ตัวกลับลงทะเลได้สำเร็จ แต่ในเวลาต่อมา วาฬทั้ง 4 ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ รวมถึง 2 ตัวที่ได้รับการช่วยเหลือกลับลงน้ำ ต่างเสียชีวิตในที่สุด

ขณะที่ Project Jonah ระบุว่า วาฬจำนวนมากตายไปแล้วตั้งแต่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง โดยฝูงวาฬกระจายอยู่ตามแนวชายฝั่งเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ส่วนตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ค่อย ๆ ตายลงตลอดทั้งวัน และระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นปฏิบัติการที่ยากลำบากและสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง พร้อมขอบคุณประชาชนในพื้นที่ที่เข้าช่วยเหลือเป็นกลุ่มแรก โดยพยายามรักษาความชุ่มชื้นและทำให้วาฬที่ยังมีชีวิตรู้สึกสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้

พื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะเหนือเป็นบริเวณที่ต้องเผชิญกับคลื่นทะเลรุนแรงจากช่องแคบคุก ประกอบกับชายหาดที่เป็นกรวดและมีโขดหินแหลมคม ทำให้การเข้าถึงและช่วยเหลือวาฬเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกทั้งจุดเกิดเหตุยังอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของทีมกู้ภัย

กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนิวซีแลนด์ระบุว่า ขณะนี้กำลังทำงานร่วมกับชนเผ่าเมารีในพื้นที่ เพื่อจัดการฝังร่างวาฬตามธรรมเนียมและพิธีกรรมที่ให้เกียรติสัตว์เหล่านี้ ซึ่งชาวเมารีถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่า 

นายแอนดรูว์ ซิม ชาวประมงในพื้นที่ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RNZ ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง โดยเขาใช้ชีวิตและทำงานตามแนวชายฝั่งมานานกว่า 40 ปี และเคยพบเห็นเหตุการณ์วาฬเกยตื้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยพบวาฬนำร่องขึ้นมาเกยตื้นในบริเวณนี้มาก่อน

กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนิวซีแลนด์ระบุว่า วาฬนำร่องเป็นสัตว์ทะเลที่มีแนวโน้มเกยตื้นเป็นฝูงอยู่บ่อยครั้ง แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เกยตื้นหมู่ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน

ขณะที่กรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนิวซีแลนด์อธิบายว่า วาฬนำร่องเป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมทางสังคมสูง หากวาฬตัวหนึ่งหลงทิศทาง วาฬตัวอื่นมักว่ายเข้ามาช่วยเหลือ โดยทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ ระบบสะท้อนเสียงเพื่อระบุตำแหน่งของวาฬ อาจทำงานได้ไม่ดีในบริเวณน้ำตื้นและชายฝั่งที่มีความลาดเอียง

ขณะนี้นิวซีแลนด์อยู่ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่วาฬมักเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ชายฝั่งตามแหล่งอาหาร และเป็นช่วงที่เกิดเหตุการณ์วาฬเกยตื้นหมู่บ่อยที่สุด

สถิติการเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดของวาฬนำร่องในนิวซีแลนด์เกิดขึ้นที่หมู่เกาะแชแทม เมื่อปี 1918 โดยมีวาฬเกยตื้นประมาณ 1,000 ตัว โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภูมิภาคโอเชียเนียเกิดเหตุการณ์วาฬเกยตื้นหมู่หลายครั้ง โดยเมื่อปี 2022 มีวาฬนำร่องประมาณ 500 ตัวตาย หลังเกยตื้นบริเวณน่านน้ำใกล้เกาะห่างไกลของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีฉลามชุกชุม

ส่วนเดือนกุมภาพันธ์ 2025 มีวาฬมากกว่า 150 ตัวเกยตื้นบริเวณชายฝั่งรัฐแทสเมเนียของออสเตรเลีย นับเป็นเหตุการณ์วาฬเกยตื้นหมู่ครั้งแรกในพื้นที่ดังกล่าวในรอบ 50 ปี โดยวาฬทั้งหมดตายหรือถูกทำการุณยฆาต

ก่อนหน้านั้นในปี 2024 มีวาฬนำร่องประมาณ 160 ตัวเกยตื้นบริเวณชายฝั่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ส่งผลให้มีวาฬตาย 28 ตัว ขณะที่วาฬส่วนใหญ่ในฝูงได้รับการช่วยเหลือและนำกลับสู่ทะเลได้สำเร็จ.


ที่มา RNZ / CNN