อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทสลา ประกาศเตรียมทยอยยุติการผลิตรถกระบะไฟฟ้า "ไซเบอร์ทรัก" (Cybertruck) ที่โรงงานในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ราวกลางปี 2027 เพื่อปรับพื้นที่ไปเพิ่มกำลังการผลิตรถแท็กซี่ไร้คนขับ "ไซเบอร์แค็บ" (Cybercab) หลังยอดขายรถกระบะทรงล้ำอนาคตรุ่นนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้ได้รับความสนใจอย่างมากตั้งแต่เปิดตัว และกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีทั้งแฟนคลับและเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง
อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเทสลา ประกาศว่า บริษัทเตรียมทยอยยุติการผลิตรถกระบะไฟฟ้า Cybertruck ที่โรงงาน Gigafactory Texas ในรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ประมาณกลางปี 2027 เพื่อเปิดพื้นที่รองรับการเพิ่มกำลังการผลิตรถแท็กซี่ไร้คนขับ Cybercab
มัสก์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เทสลาจะทยอยลดและยุติการผลิต Cybertruck ที่โรงงานในรัฐเท็กซัสในช่วงกลางปีหน้า เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิต Cybercab
อย่างไรก็ตาม มัสก์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เทสลาจะยุติการผลิต Cybertruck ทั้งหมด หรือจะย้ายฐานการผลิตไปยังโรงงานแห่งอื่น รวมถึงไม่ได้ชี้แจงว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคำสั่งซื้อที่ยังค้างอยู่
ด้านเวส มอร์ริล หัวหน้าวิศวกรโครงการ Cybertruck โพสต์ข้อความแยกต่างหากว่า รถรุ่นนี้เป็นโครงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่ได้จากการพัฒนาจะยังคงดำเนินต่อไปผ่าน Cybercab พร้อมขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการทำให้ภาพแห่งอนาคตกลายเป็นจริง
ภายหลังการประกาศ แฟนคลับเทสลาจำนวนมากแสดงความเสียดายผ่านแพลตฟอร์ม X โดยผู้ใช้รายหนึ่งยกย่องว่า Cybertruck เป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดเท่าที่เทสลาเคยผลิตมา ขณะที่มัสก์ตอบกลับว่าเป็นความจริง แต่ยืนยันว่ารถ Cybertruck ที่มีอยู่จะยังคงให้บริการต่อไปอีกนาน
Cybertruck เป็นรถยนต์ที่มัสก์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและการออกแบบแห่งอนาคตของเขา แต่ในอีกด้านหนึ่ง รถรุ่นนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องรูปลักษณ์ที่แปลกตา จนกลายเป็นรถยนต์ที่มีทั้งผู้ชื่นชอบอย่างเหนียวแน่นและผู้ที่ไม่ชอบอย่างชัดเจน
เทสลาเปิดตัว Cybertruck ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2019 ด้วยรูปทรงเหลี่ยมมุมโดดเด่น ตัวถังทำจากสเตนเลสสตีล และการออกแบบที่แตกต่างจากรถกระบะทั่วไป โดยมัสก์ระบุในเวลานั้นว่า มีผู้สั่งจองล่วงหน้าถึง 250,000 คันภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม การผลิตที่เดิมกำหนดไว้ในปี 2021 ต้องเลื่อนออกไปหลายครั้ง ก่อนเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าในช่วงปลายปี 2023
ระหว่างการเปิดตัวในปี 2019 ยังเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความอับอายให้กับบริษัท เมื่อมีการสาธิตกระจกนิรภัยที่นายมัสก์กล่าวว่าแข็งแรงเป็นพิเศษ แต่กลับแตกต่อหน้าผู้ชมระหว่างการสาธิตสด แม้จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่รถรุ่นนี้ยังได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากในช่วงแรก
เทสลาวางแผนกำลังการผลิต Cybertruck ที่โรงงานในรัฐเท็กซัสไว้สูงสุดปีละ 250,000 คัน แต่ยอดขายจริงกลับต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมาก
ข้อมูลจาก Kelley Blue Book ระบุว่า ในปี 2025 เทสลาจำหน่าย Cybertruck ได้เพียง 20,237 คัน ลดลงจาก 38,965 คันในปี 2024 ขณะที่บริษัท Cox Automotive ประเมินยอดขายสะสมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 72,702 คัน โดยยอดขายมากกว่าครึ่งเกิดขึ้นในปี 2024 ก่อนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ Cybertruck ยังเผชิญปัญหาการเรียกคืนรถหลายครั้ง รวมถึงในปี 2025 ซึ่งมีรถมากกว่า 46,000 คันที่ต้องเรียกคืน เนื่องจากกังวลว่าชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกบางส่วนอาจหลุดออกจากตัวรถ ตลอดจนมีเสียงร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพการประกอบ
ราคาจำหน่ายก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจจำกัดตลาด โดยในปีแรก ๆ นายมัสก์เคยระบุว่าบริษัทจำเป็นต้องผลิตรถให้อยู่ในระดับราคาที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ แต่รุ่นที่มีอุปกรณ์ครบครันมีราคาเริ่มต้นประมาณ 61,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่รุ่นสมรรถนะสูง Cyberbeast ในปี 2026 มีราคาประมาณ 102,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
แม้แฟนคลับจะชื่นชอบรูปลักษณ์ย้อนยุคผสมอนาคต และเปรียบเทียบว่าคล้ายรถจากภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง Blade Runner แต่ผู้วิจารณ์จำนวนไม่น้อยกลับมองว่าการออกแบบมีรูปลักษณ์ไม่น่าดึงดูด
นายมัสก์เคยกล่าวชื่นชม Cybertruck ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเทสลา และมีศักยภาพมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ แต่ความสนใจในช่วงเปิดตัวไม่สามารถเปลี่ยนเป็นความต้องการซื้อในตลาดวงกว้างได้อย่างยั่งยืน
นางสเตฟานี วัลเดซ สตรีตี ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมของ Cox Automotive กล่าวว่า การตัดสินใจยุติการผลิต Cybertruck สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการเปลี่ยนกระแสความสนใจและความตื่นเต้นในช่วงเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ให้กลายเป็นความต้องการซื้อที่ต่อเนื่องในตลาดหลัก เธอระบุว่า เทสลาเคยมอง Cybertruck เป็นโอกาสในการเจาะตลาดรถกระบะขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง แต่ท้ายที่สุดรถรุ่นนี้กลับกลายเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม
การปรับแผนการผลิต Cybertruck ครั้งนี้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของนายมัสก์ที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเทสลา จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไปสู่บริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ โดยมี Cybercab เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญ
Cybercab เป็นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับ มีที่นั่ง 2 ที่นั่ง และออกแบบโดยไม่มีพวงมาลัยหรือแป้นเหยียบคันเร่งและเบรก เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2024
เทสลาเริ่มการผลิต Cybercab ที่โรงงานในรัฐเท็กซัสเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเริ่มให้บริการโดยคิดค่าโดยสารในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ตั้งแต่เดือนกันยายน ผ่านบริการ Robotaxi ที่มีอยู่เดิมของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนธุรกิจดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับความสามารถของเทสลาในการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพในระดับการให้บริการขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน
ภายหลังนายมัสก์ประกาศแผนทยอยยุติการผลิต Cybertruck หุ้นของเทสลาปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.7% ในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ สะท้อนปฏิกิริยาของตลาดต่อการปรับทิศทางธุรกิจของบริษัท ซึ่งกำลังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและหุ่นยนต์มากขึ้น.