ประชาชนชาวนิวซีแลนด์อาจต้องเผชิญกับภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองอย่างน้อย 3 สัปดาห์ หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ยังไร้ผู้ชนะที่เด็ดขาด โดยกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลเดิมภายใต้การนำของนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน มีแนวโน้มจะได้เก้าอี้รวมกันราว 67 เก้าอี้ จากทั้งหมด 131 เก้าอี้ ซึ่งเฉียดฉิวกับเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับเสียงข้างมากที่ 66 เก้าอี้เป็นอย่างมาก
นิวซีแลนด์ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองอีกหลายสัปดาห์ หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 พ.ย.) ซึ่งยังไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาด และการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ยังขึ้นอยู่กับผลการนับคะแนนที่เหลือ
ผลคะแนนเบื้องต้นจากคณะกรรมการการเลือกตั้งนิวซีแลนด์ระบุว่า พรรคเนชันแนล ซึ่งเป็นพรรคสายกลางขวาของนายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน ได้รับ 42 ที่นั่ง ขณะที่พรรคแรงงานของผู้นำฝ่ายค้าน คริส ฮิปกินส์ ได้ 36 ที่นั่ง โดยทั้งสองพรรคมีคะแนนนิยมต่ำกว่า 30% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่นิวซีแลนด์นำระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมมาใช้ในปี 1996
พรรคเนชันแนลยังได้ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้แก่ พรรค ACT และพรรคนิวซีแลนด์เฟิร์สต์ ซึ่งได้รับ 13 และ 12 ที่นั่งตามลำดับ ทำให้กลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลมีแนวโน้มครอง 67 ที่นั่ง จากจำนวนที่นั่งในรัฐสภาที่คาดว่าจะมีทั้งหมด 131 ที่นั่ง ขณะที่ต้องการอย่างน้อย 66 ที่นั่งเพื่อครองเสียงข้างมาก
อย่างไรก็ตาม ยังมีคะแนนพิเศษ หรือ Special Votes ซึ่งคิดเป็นประมาณ 14% ของคะแนนทั้งหมดที่ต้องรอนับ โดยรวมถึงคะแนนจากชาวนิวซีแลนด์ที่ลงคะแนนจากต่างประเทศ และผู้ที่ลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้งของตนเอง ซึ่งในอดีตคะแนนประเภทนี้มักสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายมากกว่า
คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายน ทำให้ยังต้องรออีกประมาณ 3 สัปดาห์ ก่อนจะทราบว่าพรรคการเมืองใดจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
นายลักซอนกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่สูสีอย่างมาก และยังไม่สามารถทราบได้ว่าจะลงเอยอย่างไรจนกว่าจะมีผลคะแนนสุดท้าย พร้อมระบุว่า พรรคเนชันแนลยังมีความเป็นไปได้ที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพันธมิตรเดิม
ด้านนายฮิปกินส์กล่าวว่า ประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจว่าผลคะแนนสะท้อนความต้องการทางการเมืองอย่างไร พร้อมย้ำว่า รัฐสภาชุดใหม่จำเป็นต้องอาศัยการประนีประนอม การทำงานร่วมกัน และการหาจุดร่วมระหว่างพรรคการเมือง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการเข้าสู่รัฐสภาเป็นครั้งแรกของพรรคโอพอร์ทูนิตี ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายกลาง นำโดยคิวเล วอง โดยพรรคได้รับ 7 ที่นั่ง และมีแนวโน้มกลายเป็นผู้ชี้ขาดว่ากลุ่มการเมืองฝ่ายใดจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
หากพรรคเนชันแนลและพันธมิตรสูญเสียเสียงข้างมากหลังการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ ทั้งกลุ่มฝ่ายขวาและกลุ่มฝ่ายซ้ายอาจต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคโอพอร์ทูนิตี เพื่อจัดตั้งรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ นายลักซอนเคยปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะร่วมงานกับพรรคดังกล่าว แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาได้ปรับท่าที โดยไม่ปฏิเสธความร่วมมืออีกต่อไป และกล่าวว่าการสร้างความสัมพันธ์กับพรรคโอพอร์ทูนิตีเป็นเรื่องเหมาะสม แม้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าจะร่วมมือกันในรูปแบบใด
ขณะที่นางวองกล่าวกับผู้สนับสนุนว่า พรรคต้องการเปลี่ยนแนวทางการเมืองของประเทศให้มุ่งเน้นอนาคต คนรุ่นต่อไป และการหาจุดร่วมระหว่างฝ่ายต่าง ๆ พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมทำงานร่วมกับทั้งสองขั้วการเมือง โดยจะเริ่มเจรจากับพรรคที่ได้ที่นั่งมากที่สุดก่อน
นักวิชาการด้านกฎหมายการเลือกตั้งจากมหาวิทยาลัยโอทาโก ระบุว่า พรรคโอพอร์ทูนิตีอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่ากลุ่มการเมืองใดจะสามารถบริหารประเทศได้ โดยผลลัพธ์อาจขึ้นอยู่กับคะแนนที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ทั้งในระดับพรรคและเขตเลือกตั้ง
การเลือกตั้งครั้งนี้มีประเด็นเศรษฐกิจที่ซบเซา ค่าครองชีพ และการว่างงานเป็นหัวใจสำคัญของการหาเสียง โดยคะแนนนิยมของพรรคเนชันแนลและพรรคแรงงานรวมกันอยู่ที่ประมาณ 60% สะท้อนความไม่พอใจของประชาชนต่อพรรคการเมืองหลักทั้งสอง
นักวิเคราะห์การเมืองระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าภายใต้รัฐบาลนายลักซอน และความไม่เชื่อมั่นต่อคำมั่นของนายฮิปกินส์ว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยที่ทำให้ประชาชนหันไปสนับสนุนพรรคการเมืองอื่นมากขึ้น
พรรคกรีนส์ได้รับ 16 ที่นั่ง โดยคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคเสนอให้บังคับให้ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่สองแห่งของประเทศขายหรือแยกสาขาบางส่วน เพื่อเปิดทางให้มีร้านค้าของรัฐเข้ามาแข่งขัน
นอกจากนี้ ผลคะแนนที่ต่ำของพรรคเนชันแนลยังหมายความว่า สมาชิกระดับอาวุโสหลายคนอาจไม่ได้เข้าสู่รัฐสภาชุดใหม่ รวมถึงนางนิโคลา วิลลิส รัฐมนตรีคลัง ซึ่งจะยังดำรงตำแหน่งต่อไปในช่วงรัฐบาลรักษาการอีกประมาณ 4 สัปดาห์
นายไซเมียน บราวน์ สมาชิกพรรคเนชันแนล กล่าวว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้สร้างความรู้สึกทั้งยินดีและผิดหวัง เนื่องจากพรรคสูญเสียบุคลากรสำคัญหลายคน
ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม โดยประชาชนแต่ละคนมีสิทธิลงคะแนนสองใบ ได้แก่ คะแนนเลือกผู้แทนในเขตเลือกตั้งของตน และคะแนนเลือกพรรคการเมือง ซึ่งระบบดังกล่าวทำให้รัฐบาลส่วนใหญ่ต้องจัดตั้งขึ้นจากการเป็นรัฐบาลผสมระหว่างหลายพรรค
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครจะเป็นผู้บริหารประเทศในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยต้องรอการนับคะแนนพิเศษและการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการต่อไป.