(ภาพจาก AFP PHOTO / SATELLITE IMAGE ©2026 VANTOR)


สหรัฐฯ ตั้งเงินรางวัลสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมเสนอช่วยย้ายที่อยู่ใหม่ให้แก่ผู้ที่ให้เบาะแส

เมื่อ 7 พ.ย. 2569 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศ ตั้งเงินรางวัลสูงสุดถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการ Rewards for Justice (รางวัลสำหรับความยุติธรรม) สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทั้งในเรื่องสถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง พร้อมข้อเสนอช่วยเหลือในการย้ายที่อยู่ใหม่ให้แก่ผู้แจ้งเบาะแส

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การที่อิหร่านปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับ “ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ” (IAEA) ทำให้ IAEA สูญเสียการติดตามข้อมูลการผลิตและคลังอุปกรณ์สำคัญ เช่น เครื่องเหวี่ยงสาร ซึ่งใช้ในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม

อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขามีเป้าหมายเพื่อสันติ และไม่มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องการทำสงครามกับอิหร่าน เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้พรรครีพับลิกัน พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสมาชิกรีพับลิกันหลายคน รวมถึง เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี แม้แต่ตัวโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ออกมายอมรับเรื่องดังกล่าว

อีกด้านหนึ่ง กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (Centcom) ประกาศจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจ “Task Force Iron Gate” เพื่อสกัดกั้นการขนส่งอาวุธ สินค้าต้องห้าม และการตัดเส้นทางรายได้ผิดกฎหมายของอิหร่าน โดยหน่วยงานนี้จะปฏิบัติงานจากเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา และจะทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลสหรัฐฯ

เซนต์คอมประเมินด้วยว่า การปิดล้อมทางทะเลบริเวณท่าเรือของอิหร่านในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ช่วยยับยั้งไม่ให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านต้องการจบความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมา 8 เดือนนี้อย่างมาก เนื่องจากเศรษฐกิจและกองทัพได้รับความเสียหายหนัก

ขณะที่หลังจากการเลือกตั้งกลางเทอม ระวังโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณาข้อเสนอสันติภาพ โดยอิหร่านเสนอจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 2 วัน หากสหรัฐฯ ยอมรับเงื่อนไข 7 ข้อ แต่สหรัฐฯ ไม่มีท่าทีจะตอบรับแต่อย่างใด


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc