นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ประกาศแพ็กเกจฉุกเฉินเร่งรับมือภัยไซเบอร์ จัดสรรงบเบื้องต้น 10,000 ล้านเยน พร้อมใช้ AI เสริมระบบป้องกันและเตรียมตั้งทีมกู้ภัยไซเบอร์ หลังบ.หลายสิบแห่งถูกบุกรุกระบบ
ญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับคลื่นการโจมตีทางไซเบอร์ หลังบริษัทหลายสิบแห่งตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ ถูกบุคคลภายนอกเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสี่ยงเกิดข้อมูลลูกค้ารั่วไหลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณเบื้องต้น 10,000 ล้านเยน หรือประมาณ 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ
ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายนว่า รัฐบาลได้ร่วมกันจัดทำแพ็กเกจมาตรการรับมือฉุกเฉิน หลังสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัย การเสริมความเข้มแข็งของกระบวนการสืบสวนสอบสวน ตลอดจนการช่วยเหลือผู้เสียหายและป้องกันไม่ให้ความเสียหายขยายวงกว้าง
สำหรับงบประมาณเริ่มต้น 10,000 ล้านเยน หรือราว 2,000 ล้านบาท มาจากงบประมาณที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะสูงกว่านี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาจัดหาเงินทุนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการได้ครบถ้วน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันภัยไซเบอร์ และเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบและสืบสวนเหตุโจมตี เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการจัดตั้งทีมกู้ภัยไซเบอร์ (Cyber Rescue Team) ซึ่งจะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเข้าช่วยเหลือองค์กรที่ถูกโจมตีอย่างรุนแรงหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน โดยรัฐบาลเตรียมตั้งสำนักงานเลขานุการภายในปีงบประมาณปัจจุบัน เพื่อประสานงานและจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าให้ความช่วยเหลือ
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิระบุว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องระดมศักยภาพทั้งหมดของรัฐบาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ให้ทันกับความรวดเร็วของภัยคุกคามในยุค AI พร้อมเตือนว่า แม้ในขณะนี้ยังคงเกิดเหตุบุกรุกระบบและข้อมูลรั่วไหลขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา หน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ GMO Internet Group บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เครื่องมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ใช้ AI ของจีน ซึ่งมีชื่อว่า Artex ถูกนำไปใช้ในการโจมตีระบบของบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา โดย GMO Internet Group เองก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ การโจมตีทางไซเบอร์และเหตุข้อมูลรั่วไหลกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ค้นหาช่องโหว่ที่ไม่เคยถูกตรวจพบมาก่อน และพัฒนาวิธีเจาะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ ทำให้หลายประเทศต้องเร่งยกระดับมาตรการป้องกันภัยคุกคามทางดิจิทัล.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ