กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคล 4 รายและบริษัท 41 แห่ง ที่เชื่อมโยงกับ Prince Group กลุ่มธุรกิจในกัมพูชาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ดำเนินธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ ฟอกเงิน และค้ามนุษย์

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและบริษัทหลายสิบแห่งที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม Prince Group ในกัมพูชา รวมถึงเครือข่ายแก๊งหลอกลวงออนไลน์ในมาดากัสการ์ ซึ่งมีเป้าหมายหลอกลวงชาวอเมริกัน โดยมาตรการดังกล่าวประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ หรือ OFAC ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ได้คว่ำบาตรบุคคล 4 รายและบริษัท 41 แห่งที่สนับสนุนเครือข่ายธุรกิจของ Prince Group ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ เคยขึ้นบัญชีคว่ำบาตรในฐานะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จากบทบาทเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางไซเบอร์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีคว่ำบาตรนายชุย ก๊ก วา ชาวมาเลเซีย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าบริหารเครือข่ายแก๊งหลอกลวงในประเทศมาดากัสการ์ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้เทคโนโลยีทางไซเบอร์และคริปโทเคอร์เรนซีหลอกลวงชาวอเมริกันจำนวนมาก สร้างความเสียหายรวมกว่า 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ

มาตรการล่าสุดมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างธุรกิจและเครือข่ายการเงินที่ช่วยให้ Prince Group ดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย รวมถึงบริษัทนอกประเทศ ตัวกลางทางการเงิน และบุคคลที่ช่วยปกปิดผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัท ตลอดจนช่วยหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่ประกาศไปก่อนหน้านี้

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เครือข่าย Prince Group สร้างรายได้ผิดกฎหมายหลายพันล้านดอลลาร์จากการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล การหลอกสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และการฉ้อโกงทางการเงินรูปแบบอื่น ซึ่งมีเหยื่อทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก

ปฏิบัติการจำนวนมากดำเนินการจากศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์หรือถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ก่อนนำเงินที่ได้ไปฟอกผ่านบริษัทบังหน้า บริษัทโฮลดิงในต่างประเทศ ตัวกลางทางการเงิน และธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินและนำเข้าสู่ระบบการเงินที่ถูกกฎหมาย

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ยังคงขโมยเงินจากชาวอเมริกันหลายพันล้านดอลลาร์ โดยอาศัยเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศที่ซับซ้อนเพื่อฟอกเงิน พร้อมยืนยันว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะดำเนินการรื้อถอนทุกระดับขององค์กรเหล่านี้ ตั้งแต่ผู้นำไปจนถึงบริษัทและตัวกลางทางการเงินที่เอื้อให้ดำเนินกิจกรรมได้โดยไม่ต้องรับผิด

หนึ่งในบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรครั้งนี้คือ นายฉิว หย่ง (Qiu Yong) ผู้มีบทบาทสำคัญในเครือข่าย Prince Group โดยถูกกล่าวหาว่าควบคุมบริษัทหลายแห่งในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทในฮ่องกงที่ดำเนินธุรกิจปล่อยเงินกู้และกิจการอื่น ๆ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า นายฉิวถือหนังสือเดินทางหลายประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เซนต์ลูเซีย และตุรกี และใช้เครือข่ายธุรกิจปล่อยเงินกู้ ตลอดจนธุรกิจไวน์และกิจการอื่น ๆ ช่วยฟอกเงินของ Prince Group

บริษัทในฮ่องกงหลายแห่งที่เชื่อมโยงกับนายฉิวถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตร รวมถึงบริษัท Premium Financial Limited และ Solar Scape Financial Limited ซึ่งดำเนินธุรกิจปล่อยเงินกู้ ตลอดจนบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายไวน์และการบริหารธุรกิจ

นอกจากนี้ นางจ้าว เมิ่งเหยา หรือเอมี จ้าว ผู้ช่วยส่วนตัวของนายฉิว ซึ่งทำหน้าที่เลขานุการบริษัทและกรรมการร่วมในบริษัทหลายแห่งที่นายฉิวควบคุม ก็ถูกคว่ำบาตรเช่นกัน

สหรัฐฯ ยังมุ่งเป้าไปที่บุคคลและบริษัทที่ถือครองทรัพย์สินแทนหรือร่วมบริหารกิจการกับนายเฉิน ป๋อ ผู้บริหาร Prince Group ซึ่งถูกคว่ำบาตรไปก่อนหน้านี้ โดยรวมถึงนางเหอ อวี้จิง ภรรยาของนายเฉิน และนายวิสาล ปัง ผู้เกี่ยวข้องกับ Prince Group ในกัมพูชา

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า หลังจากถูกคว่ำบาตรเมื่อเดือนตุลาคม 2568 นายเฉิน ป๋อได้โอนกรรมสิทธิ์คฤหาสน์ในกรุงโตเกียวให้แก่ภรรยา ขณะที่นายวิสาล ปังควบคุมบริษัทในกัมพูชา 11 แห่ง ซึ่งหลายแห่งมีนายเฉิน ป๋อเป็นกรรมการร่วม

บริษัททั้ง 11 แห่งดังกล่าว รวมถึงกิจการด้านก่อสร้าง โลจิสติกส์ บันเทิง อสังหาริมทรัพย์ เครื่องจักรก่อสร้าง ร้านค้าปลอดภาษี โรงแรม และธุรกิจแอปพลิเคชัน ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรตามมาตรการครั้งนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีบริษัท 11 แห่งในกัมพูชาที่นายเฉิน ป๋อยังคงควบคุม รวมถึงบริษัทด้านประกันภัย พลังงาน การลงทุน อุตสาหกรรม การบิน และอสังหาริมทรัพย์

มาตรการยังครอบคลุมบริษัทในสิงคโปร์ มอริเชียส และมาเลเซีย ซึ่งเชื่อมโยงกับนายได อัน ผู้บริหารระดับสูงของ Prince Group ที่ถูกคว่ำบาตรเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ตลอดจนบริษัท Greenbay Multi Media ในสิงคโปร์ ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นบริษัทที่นายเธ็ต ลี ผู้บริหาร Prince Group ที่ถูกคว่ำบาตรก่อนหน้านี้ ถือหุ้นทั้งหมด

กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายอาชญากรรมที่ดำเนินธุรกิจหลอกลวงทางออนไลน์ ทั้งการหลอกสร้างความสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ตและการหลอกลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี โดยผู้กระทำผิดบางส่วนสมัครใจเข้าร่วม ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวง

ภายใต้แรงกดดันจากหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ อังกฤษ และจีน ทางการกัมพูชาระบุว่ากำลังเร่งปราบปรามอุตสาหกรรมดังกล่าว

นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวในการประชุมต่อต้านการฉ้อโกงเมื่อเดือนกันยายนว่า กัมพูชาจะไม่ยอมเป็น "แหล่งพักพิง" สำหรับแก๊งหลอกลวงทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าเครือข่ายคุ้มครองจากบุคคลระดับสูง รวมถึงโครงสร้างทางการเงินและสถานที่ที่ใช้ดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย ยังคงดำรงอยู่

ก่อนหน้านี้ นายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้ง Prince Group ซึ่งเกิดในจีน ถูกส่งตัวจากกัมพูชาไปยังจีนเมื่อเดือนมกราคม หลังรัฐบาลสหรัฐฯ และอังกฤษประกาศคว่ำบาตรกลุ่มธุรกิจดังกล่าวหลายเดือนก่อน ทางการกัมพูชาระบุว่า นายเฉินเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของ Prince Group อย่างน้อย 6 คนที่ถูกจับกุม และมีการอายัดคาสิโน อาคาร และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ มูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม Prince Group เคยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI สำนักงานภาคสนามในนิวยอร์กและโฮโนลูลู กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หน่วยปฏิบัติการปราบปรามศูนย์หลอกลวง และสำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตอะแลสกา โดยได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลจากหน่วยงานสอบสวนทางการเงินของหมู่เกาะบริติชเวอร์จินและกระทรวงการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนาของอังกฤษ

รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่มุ่งปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ การฉ้อโกง และการหลอกลวงที่เอาเปรียบประชาชนชาวอเมริกัน โดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายและมาตรการคว่ำบาตรเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและตัดช่องทางเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศ.


ที่มา Treasury Department / AFP