เจ้าหน้าที่เปรูจับกุมชาวเยอรมัน 2 คน และชาวโปแลนด์ 1 คน หลังตรวจพบแมงมุมทารันทูล่ามากกว่า 3,000 ตัว ซุกซ่อนอยู่ในถุงเท้าภายในกระเป๋าเดินทาง 3 ใบ เตรียมลักลอบนำออกนอกประเทศมุ่งหน้าสู่เยอรมนี คาดว่าหากจำหน่ายในตลาดยุโรปอาจมีมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านยูโร หรือราว 56 ล้านบาท
ทางการเปรูตรวจยึดแมงมุมทารันทูล่ามากกว่า 3,000 ตัว ที่สนามบินนานาชาติฮอร์เก ชาเวซ ใกล้กรุงลิมา เมื่อวันที่ 3 พ.ย. หลังพบว่าถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงเท้าภายในกระเป๋าเดินทาง 3 ใบ ซึ่งเป็นสัมภาระของผู้โดยสารชาวเยอรมัน 2 คน และชาวโปแลนด์ 1 คน ที่กำลังเตรียมเดินทางโดยเครื่องบินไปยังประเทศเยอรมนี
สำนักงานป่าไม้และสัตว์ป่าแห่งชาติเปรู หรือ SERFOR เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เริ่มสอบสวนหลังได้รับเบาะแสจากบุคคลนิรนาม ก่อนตรวจพบความผิดปกติระหว่างการตรวจสัมภาระตามปกติ เมื่อเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ภายในกระเป๋า จึงเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด
คอรา ซัวเรซ เจ้าหน้าที่เทคนิคควบคุมสัตว์ป่าของ SERFOR เปิดเผยว่า กระเป๋าเดินทางแต่ละใบมีถุงเท้าบรรจุอยู่ประมาณ 15-22 คู่ ภายในซุกซ่อนแมงมุมหลายสายพันธุ์และหลายขนาด ตั้งแต่ไข่ ลูกแมงมุมที่เพิ่งฟักออกจากไข่ ไปจนถึงตัวเต็มวัย โดยแมงมุมเหล่านี้รวบรวมมาจากหลายพื้นที่ของเปรู
ซัวเรซระบุว่า แมงมุมทารันทูล่าเป็นสัตว์ที่ได้รับความสนใจจากนักสะสม เนื่องจากมีสีสันและขนาดที่โดดเด่น โดยทารันทูล่า 1 ตัวสามารถจำหน่ายในตลาดยุโรปได้ในราคาประมาณ 500 ยูโร หรือราว 18,770 บาท ทำให้การลักลอบขนส่งครั้งนี้อาจมีมูลค่ารวมสูงถึง 1.5 ล้านยูโร หากสามารถนำแมงมุมทั้งหมดไปจำหน่ายได้สำเร็จ
ผู้ต้องหาทั้งสามคนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปราบปรามอาชญากรรมด้านสิ่งแวดล้อมควบคุมตัว และเตรียมเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีอาญา โดยคดีอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานอัยการที่รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม
คีธ เจฟฟรีส์ รองประธานบริษัท K2 Security Screening Group ในเมืองออร์แลนโด และอดีตผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยของรัฐบาลกลางประจำท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส ให้ความเห็นว่า แรงจูงใจด้านผลกำไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการลักลอบค้าสัตว์ป่า เนื่องจากตราบใดที่ยังมีตลาดรองรับ ผู้กระทำผิดก็จะพยายามหาวิธีลักลอบขนส่งต่อไป
เขายังอธิบายว่า การตรวจค้นสัมภาระในสนามบินแต่ละแห่งมีขอบเขตแตกต่างกัน โดยในสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่ง หรือ TSA มุ่งตรวจหาอาวุธ วัตถุระเบิด และสิ่งที่อาจเป็นภัยต่อความปลอดภัยด้านการบินเป็นหลัก ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจหาสัตว์ป่าที่ถูกลักลอบขนส่งโดยเฉพาะ
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่กรณีแรกที่มีการใช้ถุงเท้าซุกซ่อนสัตว์มีชีวิตเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคม ชายวัย 23 ปี ถูกจับกุมที่สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หลังเจ้าหน้าที่พบกิ้งก่าประมาณ 200 ตัว ซุกอยู่ในถุงเท้า 22 คู่ภายในกระเป๋าเดินทาง ในจำนวนนี้มี 9 ตัวเป็นกิ้งก่าเม็กซิกันอัลลิเกเตอร์ ซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และอยู่ภายใต้ข้อจำกัดการค้าระหว่างประเทศ โดยบางตัวอาจมีราคาซื้อขายในญี่ปุ่นสูงถึงหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรืออินเตอร์โพล ประเมินว่า การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายสร้างรายได้ให้เครือข่ายอาชญากรรมทั่วโลกประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก.