หน่วยงานความมั่นคงและภาครัฐของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เตือนภัยไซเบอร์ระดับรุนแรง หลังพบกลุ่มแฮ็กเกอร์มุ่งเป้าโจมตีช่องโหว่ในระบบควบคุมอุณหภูมิและตู้แช่เย็นเชิงอุตสาหกรรมในหลายประเทศ ส่งผลกระทบต่อคลังสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน อาหาร และคลังเลือด เสี่ยงอาหารและเวชภัณฑ์เสียหาย รวมถึงอาจก่ออันตรายจากไฟไหม้

หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ประกอบด้วย สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI), สำนักงานความมั่นคงไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA), กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตร ได้ออกแถลงการณ์เตือนภัยร่วมถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับระบบทำความเย็นเชิงอุตสาหกรรม

ภัยคุกคามดังกล่าวเกิดจากผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสเจาะช่องโหว่ของระบบควบคุมอุณหภูมิอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และยังไม่ได้อัปเดตระบบความปลอดภัย โดยพุ่งเป้าไปที่คลังสินค้าแช่เย็น ร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร ภาคการขนส่ง รวมถึงภาคสาธารณสุข

แถลงการณ์จาก CISA ระบุว่า หากแฮ็กเกอร์สามารถเจาะระบบได้สำเร็จ จะสามารถแอบปรับเปลี่ยนอุณหภูมิได้จากระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางกายภาพอย่างร้ายแรง เช่น ความเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้จากการทำงานผิดปกติของเครื่องจักร, ความสูญเสียของสินค้าและวัตถุดิบ ในคลังสินค้าแช่เย็นและซูเปอร์มาร์เก็ต และการลดลงของอายุการใช้งาน ของระบบทำความเย็นเชิงอุตสาหกรรม

คริส บิวเทอรา รักษาการรองผู้อำนวยการบริหารฝ่ายความมั่นคงไซเบอร์ของ CISA เน้นย้ำว่า "ทุกองค์กรที่ต้องพึ่งพาระบบทำความเย็นและระบบตรวจสอบอุณหภูมิ ควรตระหนักไว้เสมอว่าตนเองอาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีได้ตลอดเวลา" ขณะที่ เบรตต์ ลีเธอร์แมน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการไซเบอร์ของ FBI ระบุว่า รัฐบาลพบการโจมตีระบบลักษณะนี้ในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วโลก

การเตือนภัยครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์แฮกตู้แช่เชิงพาณิชย์หลายระลอกในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยในสหรัฐฯ พนักงานสอบสวนของเพนตากอนกำลังเร่งสืบสวนเหตุระบบทำความเย็นขัดข้องอย่างปริศนาที่ฐานทัพสหรัฐฯ 6แห่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากการโจมตีทางไซเบอร์

ส่วนที่ฝรั่งเศส เหตุการณ์แฮ็กตู้แช่ตามร้านค้าเมื่อเดือนก่อน สร้างความเสียหายรวมมูลค่าหลายสิบล้านยูโร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเปิดเผยว่า แฮกเกอร์ได้พยายามเจาะระบบเพื่อปรับเพิ่มอุณหภูมิตู้แช่ในเครือข่ายธนาคารเลือดแห่งชาติอีกด้วย ขณะที่หลายประเทศในยุโรป เกิดเหตุอุณหภูมิในตู้แช่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้อาหารเน่าเสียในห้างร้านทั่วลักเซมเบิร์ก เบลเยียม และสวีเดน โดยล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีร้านค้าในยุโรปได้รับผลกระทบเพิ่มอีกกว่า 100 แห่ง

ทางการสหรัฐฯ ได้ออกข้อเสนอแนะและมาตรการป้องกันฉุกเฉินสำหรับผู้ประกอบการ ได้แก่ ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ด้วยการดึงอุปกรณ์ควบคุมระบบทำความเย็นออกจากเครือข่ายสาธารณะทันที รวมถึงการแยกอุปกรณ์ควบคุมออกจากเครือข่ายหลักขององค์กรเพื่อป้องกันการเข้าถึงจากภายนอก และการเร่งอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ให้เป็นปัจจุบัน และเปลี่ยนรหัสผ่านเข้าใช้งานทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์เตือนว่า ผู้ผลิตระบบทำความเย็นระดับอุตสาหกรรมมีจำนวนไม่มากและส่วนใหญ่มีช่องโหว่ในลักษณะใกล้เคียงกัน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการโจมตีขยายวงกว้างไปยังคลังสินค้าและห้องแล็บทางการแพทย์เพิ่มเติมในอนาคต.


ที่มา Reuters / CBS News