นักวิเคราะห์ด้านการทหารชี้ คำขู่วางระเบิดเครื่องบินในยุโรป แม้ไม่พบวัตถุอันตราย แต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและปั่นป่วนระบบการบินได้อย่างมหาศาล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัสเซียอาจได้ประโยชน์

เจค็อบ ฟังก์ เคียร์เคการ์ด นักวิเคราะห์ด้านการทหารจากสถาบันบรูกเกล (Bruegel) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านนโยบายในยุโรป มองว่า การขู่วางระเบิดเที่ยวบินของสายการบินในยุโรป เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความโกลาหลและความไม่แน่นอนให้เกิดขึ้นกับระบบการเดินทางทางอากาศ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศมีความตึงเครียด

เคียร์เคการ์ดระบุว่า แม้การประเมินว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่เขาเชื่อว่ามีเพียงฝ่ายเดียวที่น่าจะมีผลประโยชน์จากการสร้างความปั่นป่วนในช่วงเวลานี้ นั่นคือรัฐบาลรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำขู่ดังกล่าว

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวในยุโรปตกเป็นเป้าคำขู่วางระเบิด ส่งผลให้เครื่องบินบางส่วนต้องเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉิน ขณะที่บางเที่ยวบินต้องได้รับการคุ้มกันจากเครื่องบินทหารไปยังสนามบินในฝรั่งเศส อิตาลี และบัลแกเรีย

มีรายงานยืนยันว่าเที่ยวบินมากกว่า 12 เที่ยว จากเมืองต่าง ๆ รวมถึงโคเปนเฮเกน ดับลิน เฮลซิงกิ มาดริด มิลาน และวอร์ซอ ตกเป็นเป้าหมายของคำขู่ดังกล่าว โดยเครื่องบินส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนไปลงจอดที่สนามบินอื่นเพื่อตรวจสอบ ขณะที่บางเที่ยวบินสามารถเดินทางถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ การตรวจค้นเบื้องต้นยังไม่พบวัตถุอันตรายหรือสิ่งต้องสงสัยบนเครื่องบิน

เหตุใดคำขู่เพียงไม่กี่ครั้งจึงสร้างความเสียหายได้มหาศาล?

นักวิเคราะห์รายนี้อธิบายว่า คำขู่วางระเบิดไม่ว่าจะส่งผ่านทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่น เป็นวิธีสร้างความปั่นป่วนที่ได้ผลอย่างมาก เพราะตามขั้นตอนความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบคำขู่ทุกครั้งอย่างจริงจัง ทั้งการตรวจค้น ทำความสะอาด และตรวจสอบเครื่องบินอย่างละเอียดก่อนอนุญาตให้กลับมาให้บริการ

กระบวนการเหล่านี้ทำให้ตารางบินต้องหยุดชะงักหรือเปลี่ยนแปลง และยังส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกันเป็นทอด ๆ ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

เคียร์เคการ์ดชี้ว่า แม้ผู้ก่อเหตุอาจมีเพียงคนไม่กี่คนที่โทรศัพท์แจ้งคำขู่ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกลับสูงมากเมื่อเทียบกับต้นทุนในการลงมือ จึงเป็นกลยุทธ์ที่ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้สร้างความเสียหายได้อย่างคุ้มค่า

ทดสอบความพร้อมระบบความมั่นคงทางอากาศยุโรป

อีกประเด็นที่นักวิเคราะห์ให้ความสำคัญ คือมาตรการรักษาความปลอดภัยของสนามบินในสหภาพยุโรป แม้จะมีแนวทางและมาตรฐานที่สอดคล้องกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วความรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยยังอยู่กับรัฐบาลของแต่ละประเทศ

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการทดสอบว่าประเทศสมาชิกมีความพร้อมและประสานงานกันได้ดีเพียงใด โดยเฉพาะความรวดเร็วและความเข้มงวดในการรับมือกับภัยคุกคาม เช่น ทางการโปแลนด์สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้รวดเร็วและจริงจังในระดับเดียวกับทางการอิตาลีหรือไม่

ด้านเฮดี อเล็กซานเดอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของอังกฤษระบุว่า คำขู่ที่เกิดขึ้นเป็นการหลอกลวงที่มีเจตนามุ่งร้าย หลังจากก่อนหน้านี้มีคำขู่ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกระลอกเมื่อต้นสัปดาห์

ขณะที่อาโปสโตลอส ซิตซิคอสตัส กรรมาธิการด้านการขนส่งของสหภาพยุโรป ยืนยันว่า ภัยคุกคามใด ๆ ที่มุ่งเป้าไปยังพลเรือนเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมเปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการยุโรปกำลังประสานงานกับประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบ และได้เปิดใช้กลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความมั่นคงทางการบินในระดับสหภาพยุโรปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ โดยการสอบสวนของหน่วยงานระดับชาติยังคงดำเนินต่อไป และยังไม่ทราบว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ เหตุขู่ระเบิดเที่ยวบินเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรป ซึ่งก่อนหน้านี้ยังเผชิญเหตุผิดปกติหลายรูปแบบ ทั้งการโจมตีระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ต การพบโดรนรุกล้ำน่านฟ้า และการทำงานผิดปกติของแอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัย ทำให้หน่วยงานความมั่นคงในยุโรปเพิ่มความระมัดระวังต่อภัยคุกคามแบบผสมผสาน ที่อาจใช้วิธีการหลากหลายเพื่อบ่อนทำลายความเชื่อมั่นและสร้างความปั่นป่วนในสังคม.


ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ