ประชาชนในฝรั่งเศสจำนวนกว่า 600,000 คน ออกมาเดินขบวนประท้วงตามเมืองใหญ่หลายเมือง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พ.ย. 2569 ประชาชนชาวฝรั่งเศสหลายแสนคนรวมตัวเดินขบวนประท้วงทั่วประเทศอย่างคึกคัก โดยเป็นการร่วมมือกันของ 5 สหภาพแรงงานใหญ่ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างและเพิ่มงบประมาณอุดหนุนบริการสาธารณะ เพื่อบรรเทาวิกฤตค่าครองชีพสูง
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่ามีผู้เข้าร่วมเดินขบวนทั่วประเทศมากกว่า 600,000 คน มากกว่าการประท้วงใหญ่ครั้งก่อนเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 550,000 คน
แต่กลุ่ม CGT ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานฝ่ายซ้าย ประเมินตัวเลขผู้ชุมนุมไว้สูงถึง 1.57 ล้านคน โดยยกให้เป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างปารีส, มาร์แซย์, บอร์โด และลีลล์
กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาล ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 12.31 ยูโรต่อชั่วโมง รวมถึงเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าจ้างสุทธิ ตามข้อเสนอของสหภาพแรงงาน CFDT อีกอย่างน้อย 100 ยูโรต่อเดือน พวกเขายังเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณสนับสนุนบริการสาธารณะ เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลด้วย
ทั้งนี้ ในการประท้วงรอบล่าสุด มีข้าราชการราว 10% และครูอาจารย์กว่า 16% ร่วมผละงานออกมาเดินขบวน ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง
หอไอเฟล และห้องจัดแสดงบางส่วนของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ต้องปิดให้บริการเพื่อหนีการชุมนุม ขณะที่เกิดเหตุขัดข้องในระบบขนส่งมวลชน โรงกลั่นน้ำมันหยุดผลิต และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หยุดชะงัก จนฝรั่งเศสต้องนำเข้าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
อนึ่ง การประท้วงระลอกล่าสุด ไม่ได้เกิดเหตุจลาจลรุนแรงเหมือนการประท้วงเมื่อ 17 ต.ค. ซึ่งเคยมีการเผาและปล้นร้านค้านับพันแห่ง แต่ยังมีรายงานการปะทะระหว่างตำรวจกับกลุ่มสุดโต่ง “Black Bloc”, การจุดไฟเผารถในเมืองลียง การใช้แก๊สน้ำตาในบอร์โด และเหตุแทงกันใกล้การปิดล้อมโรงเรียนในกรุงปารีส
นายกรัฐมนตรี เซบาสเตียน เลอกอร์นู ของฝรั่งเศส ประกาศเตรียมจัดประชุมสภาสังคมร่วมกับตัวแทนสหภาพแรงงานและนายจ้างในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อหารือเรื่องกำลังซื้อและค่าจ้าง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc