พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ อาจกลายเป็นคนแรกที่ต้องก้าวลงจากตำแหน่ง หลังจากรีพับลิกันพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม โดย สส.รีพับลิกันได้ยื่นญัตติเพื่อถอดถอนเขาแล้ว
สำนักข่าว แอกซิออส (Axios) รายงานเมื่อ 5 พ.ย. 2569 ว่า นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อาจกลายเป็น “แพะรับบาป” ตัวแรก ที่จะโดนเล่นงานหลังจาก พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเรื่องการทำสงครามกับอิหร่านที่ไม่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวอเมริกัน ไปจนถึงความสัมพันธ์ที่ไม่สู้ดีกับสมาชิกสภาคองเกรสฝ่ายตรงข้าม ทำให้นายเฮกเซธกลายเป็นสมาชิกคณะรัฐมนตรีของทรัมป์ที่เปราะบางที่สุด
“เฮกเซธกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่บางมากอย่างแน่นอน” ที่ปรึกษาของทรัมป์คนหนึ่งบอกกับ Axios “นั่นไม่ได้หมายความว่าประธานาธิบดีจะบีบให้เขาออกทันที แต่มันมีประเด็นซับซ้อนหลายอย่าง”
สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติถอดถอน (Impeach) นายเฮกเซธอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า ในข้อหาดูหมิ่นรัฐสภา และเดินหน้าทำสงครามในอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย
ญัตติดังกล่าวถูกเสนอโดยนาย โธมัส แมสซี สส.รีพับลิกันจากรัฐเคนทักกี ซึ่งเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลและการทำสงครามในต่างประเทศอย่างรุนแรง
เรื่องสงครามอิหร่านเกี่ยวพันโดยตรงกับโอกาสที่นายเฮกเซธจะถูกถอดถอน และความพ่ายแพ้เลือกตั้งกลางเทอมของพรรครีพับลิกัน ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงจำนวนมากคัดค้านสงคราม และไม่พอใจภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูง อันเป็นผลจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ
แหล่งข่าวหลายรายบอกกับ Axios ว่า ก่อนที่ทรัมป์จะโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เฮกเซธเป็นคนที่กระตือรือร้นในเรื่องนี้มากที่สุด และเป็นคนที่คาดการณ์อนาคตของสงครามครั้งนี้อย่างสวยงามที่สุดว่า ปัญหาจะคลี่คลายได้เร็วและง่ายดายเพียงใด
แต่อย่างที่ทุกคนรู้ว่าความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกล่าวว่า เมื่อถึงเดือนสิงหาคม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CentCom) ต้องเริ่มแสวงหาวิธีการใหม่ๆ ในการกดดันอิหร่าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้นำกองทัพต้องประเมินใหม่ว่าจะบรรลุผลลัพธ์เชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างไร
กองบัญชาการกลางฯ ยังตั้งคำถามด้วยว่า “ตอนไหนกันนะที่เฮกเซธรู้ตัวว่า ยุทธศาสตร์ดั้งเดิมของเราไม่ได้สร้างผลลัพธ์ตามที่เขาคาดหวังและนำเสนอเอาไว้”
เมื่อวันพุธ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงแสดงออกว่าเขายังยืนอยู่เคียงข้างนายเฮกเซธ โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐมนตรีกลาโหมรายนี้ “ทำงานได้ดีมาก”
อย่างไรก็ตาม ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ทรัมป์มักจะเอ่ยชมรัฐมนตรีที่กำลังตกเป็นเป้าโจมตี ก่อนจะปลดเจ้าหน้าที่คนนั้นออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา โดยในกรณีของเฮกเซธ มี 4 ปัจจัยที่ทรัมป์ต้องพิจารณา
1. ความเสี่ยงถูกถอดถอน
สส. พรรคเดโมแครตเคยพยายามถอดถอนเฮกเซธมาแล้ว และการที่พวกเขากำลังจะกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งในเดือนมกราคมปีหน้า ความพยายามเหล่านั้นอาจเข้มข้นขึ้น สิ่งสุดท้ายที่ทรัมป์ต้องการคือ การไต่สวนถอดถอนนายเฮกเซธ ซึ่งจะลามไปถึงการตัดสินใจของทรัมป์ในการโจมตีอิหร่านอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ผลลัพธ์ในคืนนี้คงจะออกมาแตกต่างอย่างมากหากไม่มีสงครามอิหร่าน” เจ้าหน้าที่รัฐบาลคนหนึ่งบอกกับ Axios เมื่อกลางดึกวันอังคาร (3 พ.ย.) “ฉันเชื่อว่าสุดท้ายแล้วคุณจะได้เห็นประธานาธิบดีไล่เบี้ย พีท เฮกเซธ และเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นในช่วง ‘เป็ดง่อย’ (Lame Duck)” คือช่วงรอยต่อที่สมาชิกสภาชุดเก่ากำลังจะหมดวาระ และสมาชิกชุดใหม่มาแทนที่ในวันที่ 3 ม.ค. 2570
2. ทรัมป์ต้องการแพะรับบาป
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายยุคหลายสมัย มักปรับทัพรัฐบาลหลังมีการเลือกตั้งกลางเทอมที่เลวร้าย โดยเฉพาะยุคของ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ที่ปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดนัลด์ รัมส์เฟลด์ หลังการเลือกตั้งปี จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากทรัมป์จะทำการเปลี่ยนแปลงบุคลากรระดับสูงหลังพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ขนาดนี้
เฮกเซธ ซึ่งเต็มไปด้วยประเด็นอื้อฉาว คือหนึ่งในเป้าหมายที่มีความเป็นไปได้ “ต้องมีใครสักคนรับบาป และพีทก็กำลังขยับขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของรายการ” เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งกล่าว
3. ช่วง “เป็ดง่อย”
หากทรัมป์จะเปลี่ยนตัวเฮกเซธ เขาก็จำเป็นต้องทำก่อนเดือนมกราคม เพราะหากวุฒิสภาเปลี่ยนไปอยู่ในมือของเดโมแครตแล้ว การรับรองตำแหน่งก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย นั่นทำให้ทรัมป์มีกรอบเวลาเพียงสั้นๆ ในการดันรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ในขณะที่พรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมาก
“ไม่มีใครได้รับการรับรองตำแหน่งหรอกในสภาชุดใหม่” เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวกล่าว “เรากำลังทำงานภายใต้สมมติฐานนั้น”
4. ทางลงแบบนุ่มนวลที่เป็นไปได้
ยังมีทางออกที่เป็นไปได้สำหรับเฮกเซธ นั่นคือ สว. มาร์ชา แบล็กเบิร์น จากรัฐเทนเนสซี กำลังจะกลายเป็นผู้ว่าการรัฐนั้น และเธอจะมีอำนาจแต่งตั้งคนมาแทนตำแหน่งวุฒิสมาชิกของเธอ เฮกเซธมีบ้านอยู่ในเทนเนสซี ทำให้เขามีความเชื่อมโยงกับที่นั่น
ทรัมป์แสดงความเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยเขากล่าวในวันพุธว่า “จริง ๆ แล้วผมคิดว่าเขาจะได้รับความนิยมมากถ้าเขาทำแบบนั้น แต่ผมยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องนี้เลยนะ”
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับโอกาสการลงมติถอดถอนและความพยายามที่จะปลดเฮกเซธ โฆษกของรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐมนตรีจะ “ไม่ถอยหลังหรือยอมแพ้ต่อนักการเมืองที่หวังผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเปิดการสอบสวนจอมปลอมในเรื่องที่ไม่มีความผิดเกิดขึ้น”
“กระทรวงสงครามได้ปฏิบัติตามกฎหมาย และรัฐมนตรีของเราจะยังคงยืนหยัดและต่อสู้ในทุกๆ วันเพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ นำทัพกำลังพล และปกป้องอเมริกา”
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพันธมิตรของทรัมป์ในสภาจะขอให้รัฐบาลจัดการกับเฮกเซธ แต่พวกเขาก็ยอมรับว่า แม้พรรคเดโมแครตจะครองเก้าอี้วุฒิสภาได้ถึง 55 ที่นั่ง แต่ความพยายามที่จะถอดถอนรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งก็คงล้มเหลว เพราะต้องใช้เสียงเพิ่มอีก 12 เสียงในสภาที่มีสมาชิก 100 คน
“มีประธานคณะกรรมาธิการพรรครีพับลิกันบางคนในวุฒิสภาที่เกลียดพีทเข้าไส้ แต่นั่นก็ยังไม่พอ” เจ้าหน้าที่รัฐบาลรายหนึ่งกล่าว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : axios