คนไทยวัย 50 ปี ถูกศาลแอฟริกาใต้ตัดสินจำคุก 5 ปีแต่ให้รอลงอาญา ในคดีลักลอบขนไข่นกแก้วขึ้นเครื่องบินจากแอฟริกาใต้จะไปส่งที่ประเทศเวียดนาม และปรับเงิน 600,000 บาท โดยมีบุคคลปริศนามาจ่ายค่าปรับให้ จึงได้รับการปล่อยตัวกลับไทย
ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศแอฟริกาใต้ รายงานเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569 ว่า ศาลภูมิภาคเคมป์ตันพาร์ค เมืองเอคูร์ฮูเลนีประเทศแอฟริกาใต้ พิพากษาจำคุกนาย วันชัย ประกายเพชร ชาวไทยวัย 50 ปี เป็นเวลา 5 ปี ในข้อหาพยายามลักลอบขนไข่นกแก้ว 50 ฟอง จากแอฟริกาใต้ไปประเทศเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนายวันชัยรับสารภาพ ไม่เคยกระทำผิดมาก่อน และหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว ศาลจึงเมตตาบรรเทาโทษ โดยให้รอลงอาญาเป็นเวลา 5 ปี และปรับ 300,000 แรนด์ (ราว 600,000 บาท) โดยมีเงื่อนไขว่านายวันชัยต้องไม่ทำผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพอีกในช่วง 5 ปีดังกล่าว
ในเวลาต่อมา หลังศาลมีคำตัดสิน มีผู้มายื่นจ่ายค่าปรับให้กับนายวันชัย ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทย
อนึ่ง คดีนี้เริ่มจากเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2569 เจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติ “โออาร์ แทมโบ” ประเทศแอฟริกาใต้ ตรวจพบว่านายวันชัยกำลังขนไข่นกแก้ว จำนวน 50 ฟอง ซึ่งบรรจุในกระเป๋าตู้ฟักไข่ประดิษฐ์เอง โดยเป็นสัมภาระที่ถือขึ้นเครื่องบิน
จากการตรวจสอบพบว่า ไข่ฟักตัวแล้วจำนวน 48 ฟอง และลูกนกตายหมด เหลือไข่ 2 ฟองซึ่งฟักในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวไว้ดำเนินคดี ซึ่งเบื้องต้นนายวันชัยรับสารภาพว่า มีคนว่าจ้างในราคา 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้ขนไข่นกแก้วไปส่งคนที่มารอรับที่ท่าอากาศยานในประเทศเวียดนาม เพื่อส่งต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น
สำนักงานอัยการแห่งชาติแอฟริกาใต้ สั่งฟ้องนายวันชัย 3 ข้อหาคือ ฝ่าฝืนกฎหมายการจัดการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของแอฟริกาใต้ที่คุ้มครองสัตว์ป่า รวมถึงระเบียบตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับการควบคุมการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 10 ล้านแรนด์ (ราว 20 ล้านบาท)
ข้อที่ 2 คือฝ่าฝืนกฎหมายศุลกากรและสรรพสามิต การแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 แรนด์ (ราว 80,000 บาท) และข้อหาที่ 3 คือ ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ กักขังสัตว์ไว้ในสภาพที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานโดยไม่จำเป็น หรือในสถานที่ป้องกันความหนาวเย็นไม่เพียงพอ
ศาลได้พิจารณาเหตุบรรเทาโทษว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและแสดงความสำนึกผิดแล้ว, ไม่มีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน, เป็นผู้หารายได้เพียงคนเดียวของครอบครัว, มีรายได้น้อย และถูกหลอกให้กระทำความผิด ขณะเดียวกันศาลได้พิจารณาเหตุที่ทำให้โทษหนักขึ้นว่า ความผิดลักษณะนี้กำลังกลายเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้ เป็นอาชญากรรมที่ยากต่อการปราบปราม จนต้องมีหน่วยบังคับใช้กฎหมายเฉพาะทางมาสืบสวนและดำเนินคดี ศาลจึงมีคำสั่งให้รวมคดีและมีคำสั่งลงโทษดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ก.ค.2569 มีชาวไทยถูกจับกุมลักษณะเดียวกันที่ท่าอากาศยานเดียวกัน พร้อมไข่นกแก้วจำนวน 418 ฟอง โดยคดีดังกล่าว ศาลตัดสินจำคุกและปรับเช่นเดียวกัน และที่เป็นที่น่าสังเกตว่ามีนายทุนชาวจีนเป็นผู้ว่าจ้าง และดำเนินการจ่ายค่าปรับให้กับผู้ต้องหา โดยการลักลอบขนไข่นกแก้วออกจากประเทศแอฟริกาใต้ก็ยังมีอยู่ แม้เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดตรวจตราก็ตาม
ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยว่า ผู้ที่มาจ่ายเงินค่าปรับให้แก่นายวันชัยเป็นใครหรือสัญชาติใด
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign