เกิดเหตุขู่วางระเบิดเที่ยวบินต่างๆ ในยุโรปอีกเป็นระลอกที่ 2 ในสัปดาห์นี้ โดยมีเครื่องบินได้รับผลกระทบอย่างน้อย 25 เที่ยวบิน และผลการตรวจสอบไม่มีการพบวัตถุระเบิดในทุกกรณี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 พ.ย. 2569 หลายสายการบินทั่วทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นคำขู่วางระเบิดระลอกที่ 2 ในสัปดาห์เดียว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินอย่างน้อย 25 เที่ยวบิน โดยบางเที่ยวบินต้องลงจอดฉุกเฉิน และบางส่วนต้องใช้เครื่องบินขับไล่ขึ้นบินคุ้มกัน

เครื่องบินโดยสารของ “แอร์ลิงกัส” (Aer Lingus) สายการบินไอร์แลนด์ เที่ยวบินที่ EI402 ซึ่งกำลังเดินทางจากกรุงดับลินไปยังกรุงโรม ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่สนามบิน “เอเวรอ” (Evreux) ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เพื่อป้องกันไว้ก่อน หลังจากได้รับคำขู่วางระเบิด โดยมีเครื่องบินของกองทัพฝรั่งเศสบินคุ้มกันด้วย

ขณะเดียวกัน เครื่องบินของสายการบิน ฟินน์แอร์ เที่ยวบินจากกรุงเฮลซิงกิก็ถูกขู่วางระเบิดเช่นกัน แต่เครื่องลงจอดที่กรุงเวียนนา ของออสเตรีย ได้ตามกำหนดการ เช่นเดียวกับเครื่องบินของฟินน์แอร์อีกลำที่เดินทางไปยังกรุงโรม ก็ลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ตามรายงานของสำนักข่าว เอเอฟพี (AFP) เที่ยวบินจากเฮลซิงกิไปกรุงโรม ได้รับการคุ้มกันจากเครื่องบินขับไล่ของอิตาลี และหลังจากเครื่องลงจอด เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดก็ทำการตรวจสอบเครื่องบินอย่างละเอียด แต่ไม่พบระเบิดแต่อย่างใด

ด้านเจ้าหน้าที่ของบัลแกเรียเปิดเผยว่า มีเครื่องบินโดยสาร 3 ลำ ที่เดินทางมาจาก โคเปนเฮเกน, มาดริด และลอนดอน ต้องลงจอดฉุกเฉินในประเทศของพวกเขา หลังถูกขู่วางระเบิด

ส่วนทางการสเปนเปิดเผยว่า มีเครื่องบิน 3 ลำที่สนามบินในกรุงมาดริดถูกขู่วางระเบิด แต่กองกำลังความมั่นคงยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงใดๆ

ขณะที่ตำรวจของสาธารณรัฐเช็กระบุว่า มีเครื่องบิน 4 ลำที่เดินทางมุ่งหน้ามายังกรุงปราก ได้รับคำขู่วางระเบิด และได้รับอนุญาตให้นำเครื่องลงจอด โดยเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่า คำขู่เหล่านี้มีความน่าเชื่อถือต่ำ และผลการตรวจค้นเครื่องบินในเวลาต่อมาก็ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นี่นับเป็นการขู่วางระเบิดเที่ยวบินในยุโรปเป็นระลอกที่ 2 ในสัปดาห์นี้ หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมามีเที่ยวบินในยุโรปราว 10 เที่ยวบิน โดนขู่วางระเบิดในลักษณะเดียวกัน และสุดท้ายก็ตรวจไม่พบระเบิดในทุกกรณี

จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนยังไม่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุ หรือผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังได้ แต่เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงการบิน เช่น จากบริษัท “ดียามี” (Dyami) บริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยของเนเธอร์แลนด์ ตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ล้วนเป็นประเทศที่สนับสนุนยูเครน

เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งมุ่งเป้าหมายไปที่ ระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตในหลายประเทศในยุโรป ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้เช่นกัน


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna