บ็อบ ดีแลน นักร้อง นักแต่งเพลง และกวีชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม เข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ที่นครวาติกัน ระหว่างเดินทางแสดงคอนเสิร์ตในอิตาลี โดยทั้งสองแลกเปลี่ยนของที่ระลึก หลังสมเด็จพระสันตะปาปาเคยทรงอ้างถึงเนื้อเพลงต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ที่ดีแลนเขียนไว้เมื่อปี 2506 ในหนังสือของพระองค์

บ็อบ ดีแลน นักร้อง นักแต่งเพลง และกวีชาวอเมริกัน วัย 85 ปี เข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ณ พระราชวังอัครสาวก ซึ่งเป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระสันตะปาปา ในนครรัฐวาติกัน เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ระหว่างช่วงพักจากการเดินสายแสดงคอนเสิร์ตในอิตาลี

สำนักวาติกันระบุว่า การพบปะครั้งนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีและเป็นการพูดคุยเป็นการส่วนตัว โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงมอบสายประคำให้แก่ดีแลน ขณะที่ดีแลนมอบหนังสืออัตชีวประวัติของตนชื่อ "Chronicles: Volume One" ให้แก่พระองค์

ดีแลนปรากฏตัวในชุดสีดำเกือบทั้งชุด สวมเสื้อฮู้ดคลุมศีรษะและผูกเนกไทหลวม ๆ ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงฉลองพระองค์สีขาว ตัดกันอย่างเห็นได้ชัด

บาทหลวงอันโตนิโอ สปาดาโร เจ้าหน้าที่ด้านวัฒนธรรมของวาติกัน ซึ่งร่วมเดินทางไปกับดีแลน และอันเดรีย มอนดา บรรณาธิการหนังสือพิมพ์วาติกัน L’Osservatore Romano เป็นผู้ร่วมคณะเข้าพบด้วย

สปาดาโรเปิดเผยว่า ดีแลนเป็นฝ่ายต้องการเข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปา ทั้งสองจึงได้สนทนากันเป็นการส่วนตัวช่วงสั้น ๆ พร้อมระบุว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ซึ่งประสูติที่นครชิคาโก สหรัฐฯ เมื่อปี 2498 เติบโตมาโดยคุ้นเคยกับบทเพลงของดีแลน

นอกจากนี้ ดีแลนยังมีความรู้เกี่ยวกับนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโปเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อแนวทางจิตวิญญาณของสมเด็จพระสันตะปาปา และเป็นที่มาของคณะนักบวชออกัสติเนียน โดยดีแลนเคยแต่งเพลง “I Dreamed I Saw St. Augustine” ซึ่งอยู่ในอัลบั้ม John Wesley Harding ที่ออกในปี 2510

ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เคยทรงอ้างถึงเนื้อเพลง "Go Away You Bomb" ซึ่งดีแลนเขียนขึ้นในปี 2506 ในช่วงสงครามเย็น แต่ไม่เคยนำไปบันทึกเสียงหรือเผยแพร่ในเวลานั้น โดยเนื้อเพลงดังกล่าวถูกค้นพบและนำออกประมูลในปี 2556

สมเด็จพระสันตะปาปาทรงยกเนื้อเพลงท่อนหนึ่งในคำนำหนังสือ "Disarmed and Disarming: Peace Is a Gift" ซึ่งเผยแพร่ในปี 2569 เพื่อเตือนถึงการแข่งขันสะสมอาวุธและการพึ่งพาอาวุธนิวเคลียร์ โดยเนื้อเพลงมีใจความว่า "ฉันเกลียดแก เพราะแกถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ เป็นของมนุษย์ และถูกมนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือ"

การพบกันครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่ดีแลนได้พบกับพระสันตะปาปา ก่อนหน้านี้เขาเคยขึ้นแสดงต่อหน้าสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 และผู้ร่วมงานหลายแสนคน ในการประชุมศาสนจักรระดับชาติครั้งที่ 23 ที่เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี เมื่อปี 2540 โดยดีแลนแสดงทั้งหมด 4 เพลง รวมถึง "Knockin’ on Heaven’s Door" และมีรายงานว่าเขาเดินขึ้นไปทักทายสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ด้วยการจับมือระหว่างการแสดง ขณะที่พระองค์ทรงอ้างถึงเพลง "Blowin’ in the Wind" ในพระธรรมเทศนาด้วย

ดีแลน ซึ่งมีชื่อเดิมว่า โรเบิร์ต ซิมเมอร์แมน เกิดในครอบครัวชาวยิวในรัฐมินนิโซตา และได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเมื่อปี 2559 เขาเคยเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์อย่างเคร่งครัดในปี 2522 ซึ่งส่งผลให้แฟนเพลงบางส่วนที่ติดตามผลงานมาอย่างยาวนานไม่พอใจ จากบทเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา เช่น "Gotta Serve Somebody" และ "Saved"

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดีแลนไม่ค่อยเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาของตนมากนัก โดยในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล เมื่อปี 2565 เขาระบุว่าเป็นคนเคร่งศาสนา อ่านคัมภีร์ทางศาสนา ทำสมาธิ และสวดภาวนา

การเข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปาครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการเดินสายแสดงคอนเสิร์ตในอิตาลี โดยดีแลนเพิ่งขึ้นแสดงที่เมืองมิลานเมื่อวันที่ 2 พ.ย. และมีกำหนดแสดงที่กรุงโรมในวันที่ 5 พ.ย. ณ Palazzo dello Sport ภายใต้ทัวร์ "Rough and Rowdy Ways"

ก่อนเข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปา ในคอนเสิร์ตครั้งล่าสุด ดีแลนได้ร้องเพลง "Tryin’ to Get to Heaven" ซึ่งออกในปี 2540 มีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งกล่าวถึงการเดินทางไปทั่วโลก และความพยายามไปให้ถึงสวรรค์ก่อนที่ประตูจะปิดลง.


ที่มา The Associated Press / BBC