"เดวิด โจนส์" ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย อายุ 188 ปี เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการโดยสมัครใจ หลังเผชิญปัญหาทางการเงินต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันจากธุรกิจออนไลน์และต้นทุนที่สูงขึ้น กระทบความมั่นคงในการทำงานของพนักงานราว 6,000 คน ขณะที่ลูกค้าแห่ใช้บัตรของขวัญก่อนอาจสูญเสียมูลค่า หากบริษัทต้องปิดกิจการในอนาคต
เดวิด โจนส์ (David Jones) ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย ซึ่งก่อตั้งมานาน 188 ปี เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการโดยสมัครใจ ามกลางปัญหาทางการเงินที่ยืดเยื้อและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ตำแหน่งงานของพนักงานประมาณ 6,000 คนตกอยู่ในความเสี่ยง
บริษัท McGrathNicol ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารฟื้นฟูกิจการ ระบุว่า สาขาทั้งหมด 38 แห่ง รวมถึงช่องทางออนไลน์ของเดวิด โจนส์ จะยังเปิดให้บริการตามปกติระหว่างที่บริษัท FTI Consulting ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลกิจการและทรัพย์สิน ตรวจสอบสถานะทางการเงินและแนวทางปรับโครงสร้างธุรกิจ
เอริกา เบอร์โทลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเดวิด โจนส์ กล่าวว่า บริษัทเป็นแบรนด์ที่มีความสำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลีย โดยชาวออสเตรเลียจำนวนมากมีเรื่องราวและความทรงจำเกี่ยวกับการเดินทางไปซื้อสินค้าที่ห้างแห่งนี้ พร้อมระบุว่าบริษัทมีแผนปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อให้สามารถดำเนินงานต่อไปในอนาคต และขอบคุณลูกค้า พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจที่ยังคงสนับสนุนบริษัทในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
เดวิด โจนส์ มีสาขาทั่วออสเตรเลีย 38 แห่ง โดย 17 แห่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเวสต์ฟิลด์ ซึ่งเป็นของบริษัท Scentre Group
ก่อนที่คณะกรรมการเดวิด โจนส์จะมีมติเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเพียงไม่กี่ชั่วโมง Scentre Group เปิดเผยว่า ห้างดังกล่าวยังไม่ได้ชำระค่าเช่าประจำเดือนตุลาคม และถือเป็นการผิดเงื่อนไขสัญญาเช่า
คริสโตเฟอร์ ฮิลล์ จาก FTI Consulting กล่าวว่า สภาพแวดล้อมการค้าปลีกที่ยากลำบาก ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ร้านค้าขนาดใหญ่ที่ล้าสมัย และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่สถานการณ์ปัจจุบัน
การแต่งตั้งผู้บริหารฟื้นฟูกิจการและผู้ดูแลทรัพย์สินจะช่วยให้เดวิด โจนส์มีเวลาในการแก้ไขปัญหาทางการเงิน ปรับโครงสร้างธุรกิจ และพิจารณาทางเลือกในการดำเนินกิจการต่อไป
หลังข่าวการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเผยแพร่ ลูกค้าจำนวนมากรีบเดินทางไปยังห้างเดวิด โจนส์ เพื่อใช้บัตรของขวัญและคะแนนสะสมที่ยังเหลืออยู่ ก่อนอาจสูญเสียมูลค่าหากบริษัทต้องปิดกิจการ
ที่สาขาในศูนย์การค้าไฮพอยต์ ทางตะวันตกของนครเมลเบิร์น พบว่าลูกค้าบางส่วนเร่งซื้อสินค้า ขณะที่ชั้นวางสินค้าบางส่วนเริ่มขาดแคลนสินค้า และพนักงานบางส่วนเตรียมเคลียร์สินค้าจากชั้นวาง
พอลีน ริคอตตา ลูกค้ารายหนึ่ง เปิดเผยว่า เธอเดินทางมาที่ห้างเพื่อใช้บัตรของขวัญมูลค่า 300 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเก็บไว้นานหนึ่งปี โดยพนักงานบอกว่าร้านมีลูกค้าเข้ามาจำนวนมากในวันนี้ แต่บรรยากาศค่อนข้างเศร้าหมอง
ด้านลูกค้าอีกคนชื่อซอนยา ระบุว่า เธอมีบัตรของขวัญมูลค่า 450 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และต้องการใช้ก่อนที่จะสายเกินไป โดยเดิมตั้งใจจะรอซื้อสินค้าในช่วงลดราคาวันแบล็กฟรายเดย์ แต่ตัดสินใจมาที่ห้างทันทีหลังทราบข่าว
เอริน เทอร์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์วิจัยนโยบายผู้บริโภค แนะนำให้ผู้ที่มีบัตรของขวัญเดวิด โจนส์รีบเดินทางไปใช้โดยเร็วที่สุด เธอเตือนว่า ลูกค้ามีช่วงเวลาจำกัดที่ยังสามารถใช้บัตรของขวัญได้อย่างแน่นอน เนื่องจากในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ผู้บริหารจะตรวจสอบบัญชีและสถานะทางการเงินของบริษัท แต่ขณะนี้ยืนยันแล้วว่าห้างยังเปิดดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าหลังการตรวจสอบแล้ว บริษัทจะดำเนินกิจการต่อไป ปิดสาขาบางแห่ง หรือยุติธุรกิจทั้งหมด
เทอร์เนอร์ย้ำว่า ผู้บริโภคไม่ควรซื้อบัตรของขวัญใหม่ในช่วงนี้ และผู้ที่มีคะแนนสะสมควรรีบใช้โดยเร็วเช่นกัน เธอเตือนว่า หากบริษัทถูกสั่งชำระบัญชี ผู้ถือบัตรของขวัญอาจสูญเสียเงินที่เหลืออยู่ เนื่องจากจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเจ้าหนี้ไม่มีหลักประกัน ซึ่งมีลำดับการได้รับชำระหนี้หลังเจ้าหนี้ประเภทอื่น
บริษัท Latitude ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบัตรเครดิตของเดวิด โจนส์ ระงับการรับสมัครลูกค้าสำหรับบัตรเครดิตใหม่แล้ว อย่างไรก็ตาม Latitude ยืนยันว่า ลูกค้าผู้ถือบัตรเดิมไม่ได้รับผลกระทบ และยังสามารถใช้บัตรได้ตามปกติ
เว็บไซต์ของเดวิด โจนส์ยังคงดำเนินการตามปกติ โดยมีโฆษณาน้ำหอม เครื่องสำอาง บัตรของขวัญ และโปรโมชั่นสำหรับสมาชิก รวมถึงสินค้าของขวัญช่วงเทศกาลคริสต์มาสจำนวนมาก
แต่เทอร์เนอร์แนะนำให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าจริงมากกว่าการสั่งซื้อผ่านออนไลน์ในช่วงนี้ เพราะแม้สินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์อาจยังได้รับตามปกติ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความล่าช้าหรือปัญหาในการจัดส่ง
องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคจึงเรียกร้องให้มีการเก็บเงินจากการขายบัตรของขวัญไว้ในบัญชีทรัสต์ เพื่อรับประกันว่าผู้บริโภคจะไม่สูญเสียเงิน หากบริษัทค้าปลีกประสบปัญหาทางการเงินจนต้องปิดกิจการ
สำหรับชาวออสเตรเลียจำนวนมาก เดวิด โจนส์และลวดลายตารางฟันสุนัขสีขาวดำอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและการจับจ่ายสินค้าในระดับพรีเมียม
ห้างแห่งนี้เคยได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็น "แฮร์รอดส์แห่งออสเตรเลีย" โดยเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางไปชมสินค้าแบรนด์หรู สัมผัสบรรยากาศการจับจ่ายที่มีระดับ และเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในครอบครัว
เจนา โบว์เดน อาจารย์ด้านการตลาดจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแมคควารี กล่าวว่า การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของเดวิด โจนส์สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจห้างสรรพสินค้าแบบดั้งเดิม
เธอระบุว่า ในอดีตการเดินทางไปยังห้างสาขาหลักในนครซิดนีย์และเมลเบิร์น โดยเฉพาะการชมการตกแต่งหน้าต่างร้านในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เป็นกิจกรรมประจำปีของครอบครัวชาวออสเตรเลียจำนวนมาก บางครอบครัวเดินทางจากพื้นที่ห่างไกลเพื่อสัมผัสบรรยากาศดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์สูญเสียความโดดเด่นลง โดยร้านค้าสาขาในเมืองยังคงรักษาภาพลักษณ์หรูหราไว้ได้ แต่สาขาชานเมืองกลับมีบรรยากาศธรรมดา ขาดความตื่นเต้นและความมีชีวิตชีวา
เดวิด โจนส์ยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานกับราชวงศ์อังกฤษ โดยระหว่างการเสด็จเยือนนครซิดนีย์ครั้งแรกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2497 พระองค์ทรงร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำบนชั้น 7 ของห้างสาขา Elizabeth Street ซึ่งขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุ 27 พรรษา
การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของเดวิด โจนส์จึงไม่เพียงสะท้อนปัญหาของธุรกิจค้าปลีกแห่งหนึ่ง แต่ยังเป็นสัญญาณถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของรูปแบบห้างสรรพสินค้าแบบดั้งเดิม ท่ามกลางการแข่งขันจากการซื้อสินค้าออนไลน์ ต้นทุนที่สูงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว.