ดัชนีแนสแดก ดาวโจนส์ และเอสแอนด์พี 500 เปิดตลาดบวก ราคาน้ำมันดิ่งต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่เจดี แวนซ์ โยงสงครามอิหร่านทำรีพับลิกันพ่ายเลือกตั้ง

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเปิดตลาด หลังพรรคเดโมแครตกวาดชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอม ควบคุมเสียงข้างมากได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ขณะที่นักลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าจะยอมรับผลการเลือกตั้ง

ดัชนีแนสแด็ก เปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1% ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1.8% และดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวขึ้น 1.1% ในช่วงเปิดการซื้อขายเวลา 09.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หุ้นบริษัทค้าปลีกที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้า ท่ามกลางความคาดหวังว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้า  

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากโพสต์ของทรัมป์บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งระบุว่าเขาพร้อมยอมรับผลการเลือกตั้ง ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาด

ทางด้านราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ของสหรัฐฯ ลดลง 8.3% ปิดตลาดที่บาร์เรลละ 88.12 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลก ลดลง 8.7% ปิดที่บาร์เรลละ 94.62 ดอลลาร์

นักลงทุนยังจับตาความเป็นไปได้ที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะยุติลง หลังมีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจา โดยก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันเพิ่งลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ หลังเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สงครามกับอิหร่านเป็นสาเหตุที่ทำให้พรรครีพับลิกันประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม

แอนดี ลิโพว์ ประธานบริษัท ลิโพว์ ออยล์ แอสโซซิเอทส์ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งทำให้ตลาดประเมินว่า ทรัมป์อาจมีแนวโน้มเปิดทางเจรจาข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง โดยพรรคเดโมแครตอาจพยายามจำกัดงบประมาณสนับสนุนสงคราม นอกจากนี้ยังมองว่า การที่ทรัมป์ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ว่าสหรัฐฯ จะลดงบประมาณสนับสนุนบางส่วนแก่อิสราเอล อาจทำให้รัฐบาลอิสราเอลต้องยอมรับการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ.

ที่มา Aljazeera CNBC