ผลสำรวจ AP Voter Poll สะท้อนความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันต่อทิศทางประเทศและการบริหารงานของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยผู้ตอบแบบสำรวจราว 6 ใน 10 คนไม่เห็นด้วยกับนโยบายของเขา
ผู้ตอบแบบสำรวจของ AP Voter Poll ราว 6 ใน 10 คนไม่เห็นด้วยกับผลงานของทรัมป์ ขณะที่ประมาณ 2 ใน 3 ระบุว่านโยบายของรัฐบาลทำให้สถานการณ์ชีวิตของพวกเขาแย่ลง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และเงินเฟ้อ ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2569
จอช โบอัก ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว The Associated Press (AP) วิเคราะห์ผลสำรวจดังกล่าวว่า แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้เป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากกลับพิจารณาการเลือกตั้งผ่านมุมมองต่อผลงานของประธานาธิบดีโดยตรง
ผลสำรวจ AP Voter Poll พบว่า คะแนนเห็นชอบต่อการทำงานของทรัมป์อยู่ที่ประมาณ 4 ใน 10 คน ขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยมีสัดส่วนประมาณ 6 ใน 10 คน สะท้อนให้เห็นว่าผลงานของรัฐบาลทรัมป์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำมาพิจารณาในการลงคะแนน
เมื่อพิจารณาประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญ พบว่าประมาณ 4 ใน 10 คนมองว่าเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศ ขณะที่ 3 ใน 10 คนระบุว่าเป็นเรื่องสถานการณ์ประชาธิปไตย นอกจากนี้ ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจมองว่านโยบายของทรัมป์ทำให้พวกเขามีสถานะความเป็นอยู่แย่ลง
ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาคองเกรส พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งระบุว่าปัญหาเงินเฟ้อเป็นปัจจัยสำคัญ เช่นเดียวกับความกังวลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาล ซึ่งสะท้อนว่าประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องและจัดการกับปัญหาการใช้อำนาจโดยมิชอบ
นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 7 ใน 10 คน ยังต้องการให้สภาคองเกรสทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจทำเนียบขาว โดยมองว่าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาควรมีอำนาจเท่าเทียมกับฝ่ายประธานาธิบดีและฝ่ายบริหาร ไม่ใช่เพียงทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเท่านั้น
ขณะที่ผลสำรวจยังพบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 3 ใน 4 คนรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจกับทิศทางของประเทศในปัจจุบัน มีเพียงประมาณ 1 ใน 4 คนที่รู้สึกพอใจหรือกระตือรือร้นต่อสถานการณ์ของประเทศ ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจก็ได้รับการประเมินในเชิงลบ โดยประมาณ 3 ใน 4 คนมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ค่อยดีหรือย่ำแย่
สำหรับสงครามอิหร่าน พบว่าประมาณ 1 ใน 3 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาคองเกรส แต่ยังมีสัดส่วนน้อยกว่าผู้ที่ให้ความสำคัญกับค่าครองชีพและการทุจริตคอร์รัปชัน
ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่า การเลือกตั้งกลางเทอมปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรสเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่ประชาชนจะสะท้อนความคิดเห็นต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลทรัมป์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะความคาดหวังต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ยังคงเป็นข้อกังวลสำคัญของชาวอเมริกัน.
ที่มา : AP
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ


