บริษัท ไบแนนซ์ เผยรายละเอียดการสืบสวนกรณี แฮกเกอร์เจาะระบบขโมยเงินดิจิทัลมูลค่ากว่าราว 2 แสนล้านบาทไป โดยพบว่า คนร้ายใช้การสัมภาษณ์งานปลอมเป็นส่วนหนึ่งในการโจมตี
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 บริษัท “ไบแนนซ์” (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายเงินดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยรายละเอียดการสืบสวนกรณี แฮกเกอร์เจาะระบบและขโมยเงินคริปโตเคอเรนซีมูลค่ากว่า 6.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2 แสนล้านบาท) ของพวกเขาไป โดยพบว่าคนร้ายใช้การสัมภาษณ์งานปลอมและไวรัสในการโจมตีระบบ
เหตุดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 29 ต.ค. นับเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทคริปโต ส่งผลให้ราคาเหรียญคริปโตหลักๆ ในตลาดร่วงลงอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ไบแนนซ์ได้นำเงินกองทุนของตนเองมาสำรองคืนสินทรัพย์ให้ผู้ใช้แล้วถึง 98% ส่วนที่เหลืออีก 2% เป็นเหรียญที่มีสภาพคล่องต่ำ
ขณะเดียวกัน ไบแนนซ์เผยว่า ขณะนี้อายัดเงินที่ถูกขโมยไปได้แล้วราว 2.85 พันล้านดอลลาร์
ตามการเปิดเผยของ ไบแนนซ์ คนร้ายเตรียมการโจมตีตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยแฮกเกอร์เริ่มเจาะระบบโดยหลอกให้วิศวกรซอฟต์แวร์ของบริษัท ดาวน์โหลดเครื่องมือ Homebrew เวอร์ชันฝังไวรัส แม้ทีมไซเบอร์จะตรวจพบและลบ มัลแวร์ ออกได้ แต่แฮกเกอร์ก็ดึงข้อมูลของวิศวกรและทีมงานไปได้แล้วบางส่วน
ต่อมาในเดือนกันยายน แฮกเกอร์ทักหาวิศวกรอีกคนผ่านแพลตฟอร์มหางาน เพื่อชวนสัมภาษณ์งานในบริษัทที่กุขึ้นมา มีการสร้างความสนิทสนมและส่งรูปภาพ/วิดีโอเพื่อสร้างความไว้ใจ ก่อนจะหลอกให้ทำแบบทดสอบ ซึ่งมีการฝังมัลแวร์ซับซ้อนที่แทรกซึมเข้าสู่ระบบภายในของไบแนนซ์ได้สำเร็จ
จากนั้นในวันที่ 20 ต.ค. แฮกเกอร์ใช้ช่องทางที่เจาะได้ร่วมกับเครื่องมือ AI ภายในองค์กร เข้าควบคุมซอฟต์แวร์ของวิศวกรอีก 2 คน และในวันเกิดเหตุ วันที่ 29 ต.ค. แฮกเกอร์สั่งรันโค้ดอันตรายเพื่อเปิดฉากโจมตี ดูดเงินกว่า 6.34 พันล้านดอลลาร์ออกไปภายในระยะเวลาเพียง 4 ชั่วโมง
ด้านสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศเกาหลีเหนือ ขณะที่ทางเกาหลีเหนือออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดย คิม โยจอง น้องสาวของ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุด ออกมาตอบโต้ว่าเป็น "คำกล่าวอ้างที่ไร้สาระ"
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna


