รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมสเปน ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว เพื่อรับผิดชอบหลังเกิดเหตุรถไฟชนกันในประเทศถึง 2 ครั้งในปีนี้ รวมครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 69 ศพ

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 นาย ออสการ์ ปูเอนเต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสเปน ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว เพียง 6 วันหลังจากเกิดเหตุรถไฟความเร็วสูงพุ่งชนกัน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 69 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

เขาได้ประกาศการตัดสินใจดังกล่าวต่อรัฐสภา ในระหว่างการเข้าชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์และข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ใกล้กับเมืองอูร์ดา (Urda) ทางตอนใต้ของกรุงมาดริด เมืองหลวงของประเทศ

“รัฐมนตรีคมนาคมในประเทศอย่างสเปน ไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้หลังจากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงระดับนี้ถึงสองครั้งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี” ปูเอนเตกล่าว โดยอ้างถึงเหตุการณ์รถไฟชนกันจนมีผู้เสียชีวิตอีกครั้งหนึ่งในแคว้นอันดาลูเซียทางตอนใต้ของสเปนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ โศกนาฏกรรมล่าสุดในเมืองอูร์ดาเกิดขึ้นเมื่อรถไฟความเร็วสูงของบริษัท “เรนเฟ” (Renfe) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ พุ่งชนท้ายรถไฟอีกขบวนของบริษัท “อีโร” (Iryo) ที่จอดหยุดนิ่งอยู่

นายปูเอนเตประกาศการตัดสินใจของเขาในช่วงท้ายการประชุมรัฐสภาเมื่อเย็นวันอังคาร ซึ่งเขาได้สรุปมาตรการความปลอดภัยทางรถไฟฉุกเฉินชุดใหม่ พร้อมทั้งเผชิญกับการซักฟอกอย่างหนักจากฝ่ายซ้ายและฝ่ายค้าน โดยเขาระบุว่าตนได้ตัดสินใจเรื่องนี้ทันทีหลังจากเกิดภัยพิบัติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม

ก่อนหน้านี้ ปูเอนเตเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก หลังจากพรรคฝ่ายค้านรวมถึงพันธมิตรบางส่วนของรัฐบาลออกมาเรียกร้องให้เขาลงจากตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน คลิปเสียงหลุดที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสเปนไม่นานหลังเกิดเหตุ ได้เปิดเผยบทสนทนาระหว่างพนักงานขับรถไฟและศูนย์ควบคุมเพียงไม่กี่นาทีก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

โดยเทปบันทึกเสียง 3 ชุดระหว่างศูนย์ควบคุมในกรุงมาดริดกับพนักงานขับรถไฟ 2 คน แสดงให้เห็นว่ารถไฟความเร็วสูงขบวนหนึ่งได้รับสัญญาณอนุญาตให้เคลื่อนที่ได้ แม้ว่าจะมีรถไฟอีกขบวนจอดหยุดนิ่งอยู่บนรางข้างหน้า ห่างไปประมาณ 25 กิโลเมตรก็ตาม

ทางด้านนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะ “สืบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนถึงที่สุดทุกรายละเอียดของโศกนาฏกรรมครั้งนี้”


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc