ชาวอเมริกันแห่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผ่านมาทำให้ประชาชนพอใจได้หรือไม่ โดยผลโพลชี้ว่า ฝ่ายเดโมแครตมีโอกาสชิงเสียงข้างมากในสภาล่าง

เมื่อวันอังคารที่ 3 พ.ย. 2569 ชาวอเมริกันจำนวนทยอยออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งถูกมองว่าเป็นการประเมินผลงานในช่วงที่ผ่านมาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และเป็นโอกาสสำคัญที่พรรคเดโมแครตจะชิงเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อคานอำนาจกับพรรครีพับลิกันซึ่งครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาอยู่

พรรคเดโมแครตหวังใช้ประโยชน์จากคะแนนนิยมของทรัมป์ที่ตกต่ำลงเพื่อสร้างกระแส “คลื่นสีน้ำเงิน” (Blue Wave) แย่งชิงพื้นที่ในรัฐสภา เพื่อยับยั้งนโยบายสำคัญของทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามและเนรเทศผู้อพยพอย่างหนัก, ความขัดแย้งและสงครามกับอิหร่าน, การเก็บภาษีนำเข้าจากต่างประเทศ และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่

ผลสำรวจความคิดเห็นจากหลายสำนักชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะชนะในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนในวุฒิสภาแม้งานจะยากกว่า แต่โพลล่าสุดก็ชี้ว่าผู้สมัครเดโมแครตมีคะแนนนำในรัฐสมรภูมิสำคัญหลายแห่ง

อย่างไรก็ตาม ภายในพรรคเดโมแครตกลับเกิดรอยร้าวขึ้น เมื่อ สส. เฮลีย์ สตีเวนส์ ประกาศสนับสนุนนาย ไมค์ โรเจอร์ส ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน หลังจากเธอพ่ายแพ้การเลือกตั้งขั้นต้นให้กับนาย อับดุล เอล-ซาเยด ผู้สมัครจากเดโมแครต ทำให้แกนนำฝ่ายเดโมแครตออกมาประณามอย่างหนักว่าเป็นการทรยศพรรค

ขณะเดียวกัน ฝ่ายรีพับลิกันกล่าวหาว่า เดโมแครตพยายามหาผู้สมัครที่มีชื่อเหมือนกับ ส.ว. แดน ซัลลิแวน ของรีพับลิกันเพื่อสร้างความสับสน แม้กระทรวงยุติธรรมจะพยายามยื่นฟ้องเพื่อชะลอการรับรองผลการเลือกตั้ง แต่ผู้พิพากษาได้ยกฟ้องคดีดังกล่าวไปแล้ว

ด้านสถานการณ์ของ โดนัลด์ ทรัมป์ แม้คะแนนนิยมของเขาจะลดลงเหลือเพียง 33-37% แต่เขายังคงลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครรีพับลิกันหาเสียงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในการปราศรัยวันสุดท้าย ทรัมป์กลับใช้เวลาส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องปรับปรุงสระน้ำสะท้อนแสงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แทนที่จะพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจและสงครามกับอิหร่าน ซึ่งประชาชนกำลังสนใจ

ทั้งนี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงคือเรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ โดยประชาชนกำลังกังวลเรื่องค่าครองชีพสูง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นยังมีเรื่องข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต โดยผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า ชาวอเมริกัน 76% มองว่านักการเมืองมุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ขณะที่มีรายงานว่าทรัมป์ทำรายได้ประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่ง

บรรดาผู้เชี่ยวชาญและผู้สังเกตการณ์ยังกังวลว่า ทรัมป์อาจไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งหากพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ และการที่กระทรวงยุติธรรมส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งกว่า 1,000 คน ไปยังคูหาทั่วประเทศ ถูกมองว่าเป็นความพยายามข่มขู่ผู้ลงคะแนนเสียง


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : the guardian