การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในช่วงกลางวาระประธานาธิบดี 4 ปี แม้ไม่มีชื่อปธน.อยู่บนบัตรเลือกตั้ง แต่ผลแพ้ชนะอาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจในสภา ส่งผลต่อการผลักดันนโยบายของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ต่อไป
เลือกตั้งกลางเทอมคืออะไร?
การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ คือการเลือกตั้งที่จัดขึ้นทุก 2 ปี หรือในช่วงกึ่งกลางของวาระประธานาธิบดีที่มีระยะเวลา 4 ปี เพื่อเลือกสมาชิกสภาคองเกรส ซึ่งประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา
การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 ที่นั่ง ซึ่งมีวาระ 2 ปี และเลือกสมาชิกวุฒิสภาประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด ซึ่งมีวาระ 6 ปี นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐและตำแหน่งทางการเมืองระดับรัฐในหลายพื้นที่ด้วย
ทำไมการเลือกตั้งกลางเทอมจึงสำคัญ?
เพราะผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดว่าพรรครีพับลิกันของทรัมป์ หรือพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นฝ่ายค้าน จะได้ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส
สภาคองเกรสมีหน้าที่สำคัญในการพิจารณาและผ่านกฎหมายระดับประเทศ รวมถึงตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร หากพรรคเดโมแครตสามารถทวงคืนเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาได้ ก็จะมีอำนาจมากขึ้นในการผลักดันกฎหมายของตัวเอง และอาจขัดขวางนโยบายบางส่วนของรัฐบาลทรัมป์
ในทางกลับกัน หากรีพับลิกันยังรักษาเสียงข้างมากไว้ได้ ทรัมป์ก็จะมีโอกาสผลักดันนโยบายต่าง ๆ ผ่านสภาคองเกรสได้สะดวกกว่าเดิม
ประเด็นอะไรมีผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง?
ประเด็นเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในเรื่องที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญ โดยเฉพาะค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน อาหาร ที่อยู่อาศัย และค่ารักษาพยาบาล ขณะที่เงินเฟ้อยังคงเป็นความกังวลของประชาชน
อีกประเด็นคือการเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของทรัมป์ โดยรีพับลิกันมองว่ารัฐบาลทำตามคำมั่นหาเสียง ด้วยการเข้มงวดมาตรการชายแดนและปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย ขณะที่มาตรการดังกล่าวก็เผชิญเสียงวิจารณ์อย่างมาก
นอกจากนี้ การพัฒนาและกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นประเด็นที่นักการเมืองทั้งสองพรรคให้ความสนใจมากขึ้น โดยมีข้อถกเถียงเรื่องความจำเป็นในการออกกฎหมายควบคุมเทคโนโลยี ซึ่งแตกต่างจากจุดยืนของทรัมป์ที่ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายควบคุมการพัฒนา AI
ถ้าเดโมแครตชนะ จะเกิดอะไรขึ้นกับทรัมป์?
หากเดโมแครตสามารถเรียกคืนเสียงข้างมากในสภาใดสภาหนึ่งได้ การผลักดันกฎหมายของทรัมป์จะยากขึ้น เพราะฝ่ายค้านจะมีอำนาจต่อรองและสามารถใช้กลไกของสภาตรวจสอบรัฐบาลได้มากขึ้น
คณะกรรมาธิการของสภาอาจเปิดการสอบสวนประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลทรัมป์ เช่น ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต โครงการก่อสร้างห้องจัดเลี้ยงแห่งใหม่ของทำเนียบขาว และวิธีปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE
นอกจากนี้ ยังมีการถกเถียงภายในพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับการยื่นถอดถอนทรัมป์ (Impeachment) ซึ่งเป็นกระบวนการทางการเมืองในสภาคองเกรส ไม่ใช่การดำเนินคดีอาญาโดยตรง
แต่หากรีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภา ทรัมป์ก็จะมีโอกาสเดินหน้าผลักดันนโยบายตามที่วางไว้ได้ต่อไป
เลือกตั้งกลางเทอมเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2028 อย่างไร?
แม้ทรัมป์จะไม่ได้ลงสมัครในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ แต่ผลการเลือกตั้งถูกมองว่าเป็นเครื่องชี้วัดความพอใจของประชาชนต่อการบริหารประเทศของเขา โดยที่ผ่านมาพรรคของประธานาธิบดีมักเสียที่นั่งในการเลือกตั้งกลางเทอม เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้โอกาสนี้สะท้อนความไม่พอใจต่อรัฐบาล
ผลการเลือกตั้งจึงอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองของทั้งสองพรรคก่อนเข้าสู่ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2028 โดยเฉพาะการคัดเลือกผู้สมัครที่จะเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงชิงตำแหน่งแทนทรัมป์ ซึ่งไม่สามารถลงสมัครเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ได้ตามข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน พรรคเดโมแครตก็ต้องประเมินว่าผู้สมัครและแนวทางการเมืองแบบใดจะสามารถดึงคะแนนเสียงจากประชาชนกลับมาได้
ดังนั้น การเลือกตั้งกลางเทอมจึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันแย่งชิงที่นั่งในสภาคองเกรสเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบผลงานของรัฐบาลทรัมป์ และเป็นจุดเริ่มต้นของการจับตาว่าใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางการเมืองของสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2028.
ที่มา : BBC
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ


