เหตุกลุ่มคนร้ายบุกปล้นเจ้าของฟาร์มวัวในแอฟริกาใต้ โดยทั้งใช้ปืนยิงและตัดหูของเหยื่อทั้งสองข้าง เคราะห์ดีที่เจ้าของฟาร์มรายนี้รอดชีวิตมาได้ แต่แพทย์ไม่สามารถต่อหูให้เขาได้แล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 2 พ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจแอฟริกาใต้จับกุมผู้สงสัย 5 คน อายุระหว่าง 26-56 ปี ที่ก่อเหตุบุกปล้นและทำร้ายร่างกายนายโดโนแวน มาร์กซ์ เจ้าของฟาร์มวัววัย 50 ปี อย่างโหดเหี้ยมในเมืองเวนเทอร์ดอร์ป (Ventersdorp) ในจังหวัดนอร์ทเวสต์ เมื่อสัปดาห์ก่อน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
โฆษกตำรวจแอฟริกาใต้อธิบายลำดับเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. กลุ่มคนร้ายสวมหมวกคลุมหน้าพร้อมอาวุธปืนเข้าข่มขู่ลูกจ้างทำสวน จับมัดมือมัดเท้าด้วยสายรัด เพื่อเค้นถามที่อยู่ของนายมาร์กซ์
เมื่อนายมาร์กซ์กลับมาถึงบ้าน คนร้าย 2 คนได้ตรงเข้ายิงใส่ร่างกายท่อนบน ลากตัวเข้าไปในบ้าน จับมัดมือมัดเท้า และลงมือรุมแทง ก่อนจะรื้อค้นบ้าน ปล้นปืนไป 3 กระบอก และขับรถกระบะของเขาหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุหลังจากลูกจ้างทำสวนที่ถูกมัดมือมัดเท้าหลุดออกมาขอความช่วยเหลือได้ โดยนายมาร์กซ์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ศัลยแพทย์ไม่สามารถต่อหูคืนได้ ทำให้เขาอาจต้องใส่หูเทียม
ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 5 ถูกจับกุมได้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีกำหนดขึ้นศาลในวันอังคาร โดยถูกแจ้งข้อหาบุกปล้นบ้าน, พยายามฆ่า และมีอาวุธปืน/เครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
หลังเกิดเหตุ นายวิลลี โอคัมป์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของแอฟริกาใต้ ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวประณามคนร้ายที่ทำร้ายนายมาร์กซ์อย่างโหดเหี้ยม โดยย้ำว่า “ประเทศของเราไม่มีที่ยืนสำหรับการกระทำที่ไร้สำนึกและป่าเถื่อนเช่นนี้”
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มขวาจัดบางกลุ่มได้นำเหตุทำร้ายเกษตรกรผิวขาวหรือที่เรียกว่าชาว “แอฟริกาเนอร์” (Afrikaner) ไปใช้อ้างว่ากำลังเกิด “การฆ่าเผ่าพันธุ์คนผิวขาว” ขึ้นในแอฟริกาใต้ แม้ว่าข้อกล่าวอ้างนี้จะถูกหักล้างไปแล้ว และไม่ได้รับความน่าเชื่อถือจากทุกพรรคการเมืองในประเทศ
ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เคยยกข้อกล่าวหานี้มาพูดหลายครั้ง และเสนอจะรับชาวแอฟริกาใต้ผิวขาวไปลี้ภัยในสหรัฐฯ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc


