ญี่ปุ่นเปิด สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ อย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลการเตรียมความพร้อม และการรับมือหายนะรุนแรงทั้งแผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 พ.ย. 2569 รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเปิดตัว “สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ” อย่างเป็นทางการ โดยมีเจ้าหน้าที่กว่า 350 คน ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการหลักแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การรับมือเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เผชิญภัยพิบัติบ่อยครั้ง แต่พวกเขากลับไม่มีศูนย์บัญชาการส่วนกลาง เมื่อเกิดเหตุจึงต้องใช้วิธีดึงเจ้าหน้าที่จากหลายกระทรวงมารวมตัวกันเฉพาะกิจ นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไม่ถึงครึ่งที่เคยได้รับการฝึกอบรมการจัดการภัยพิบัติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีเทศบาลเพียง 15% เท่านั้นที่มีแผนอพยพรองรับผู้สูงอายุและผู้พิการ

นายโกชิ โฮโซโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการฟื้นฟูบูรณะของญี่ปุ่น ซึ่งรับหน้าที่บริหารสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งฉุกเฉินให้องค์กรปกครองท้องถิ่นและภาคประชาชนเร่งตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน ยึดเฟอร์นิเจอร์ให้แน่นหนา ทบทวนเส้นทางอพยพ และสำรองน้ำพร้อมสุขาพกพาให้พอใช้อย่างน้อย 3 วัน

การจัดตั้งสำนักงานจัดการภัยพิบัติของญี่ปุ่นเกิดขึ้นในขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่หลายครั้งในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า แม้จะไม่สามารถทำนายช่วงเวลาและสถานที่ที่แน่ชัดได้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องการให้ประชาชนเตรียมความพร้อมเอาไว้

หนึ่งในจุดที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลที่สุดคือ แผ่นดินไหวขนาดยักษ์ที่เชื่อมโยงกับ “นันไก ทรัฟ” (Nankai Trough) ร่องลึกใต้ทะเลนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลประเมินว่าหากเกิดเหตุขึ้น อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 298,000 ราย ต้องอพยพ 6.5 ล้านคน และบ้านเรือนเสียหาย 2.35 ล้านหลัง

รัฐบาลยังประเมินด้วยว่า อาจมีผู้เสียชีวิตเกือบ 200,000 ราย หากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่บริเวณร่องลึกใต้ทะเลนอกชายฝั่งทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ขณะที่หากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่เขย่ากรุงโตเกียว ก็อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18,000 ราย ประชาชนกว่า 4.1 ล้านคนต้องอพยพ และบ้านเรือนเสียหายกว่า 4 แสนหลัง

นอกจากนั้น การระเบิดของภูเขาไฟฟูจิก็อาจส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของประชาชนกว่า 790,000 คน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนัก

สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติยังมีเป้าหมายในการปรับปรุงคุณภาพศูนย์อพยพ เนื่องจากที่ผ่านมา ศูนย์อพยพในญี่ปุ่น มักใช้โรงยิมหรือศูนย์ชุมชน ซึ่งขาดความเป็นส่วนตัว ไม่มีน้ำร้อน และระบบสุขาไม่ดี จนนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวปี 2554 มีผู้เสียชีวิตจากสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายในศูนย์อพยพสูงถึง 3,810 ราย

สำนักงานฯ ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยการจัดหาสุขาพกพาที่สะอาด, ครัวเคลื่อนที่สำหรับปรุงอาหารร้อน, อุปกรณ์อาบน้ำร้อน และเตียงกระดาษแข็ง เพื่อยกระดับสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยให้ดียิ่งขึ้น


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna