ระบบตู้แช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายสิบแห่งใน 7 ประเทศทั่วยุโรป ถูกมือมืดโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้อุณหภูมิตู้แช่ร้อนขึ้นจนทำให้สินค้าเน่าเสียเป็นจำนวนมาก ซ้ำรอยเหตุการณ์ที่ฝรั่งเศสเมื่อเดือนก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ระลอกใหม่เล่นงานระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าหลายสิบแห่งใน 7 ประเทศทั่วยุโรป โดยแฮกเกอร์ใช้วิธีสั่งเปิดโหมดละลายน้ำแข็ง (defrost) จนทำให้อุณหภูมิในตู้แช่แข็งพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ทำให้สินค้าเน่าเสียจำนวนมหาศาล

เจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายใช้วิธีเดียวกับการโจมตีซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยแห่งในฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นสร้างความเสียหายจนต้องทิ้งอาหารมูลค่าหลายล้านยูโร ขณะที่ทางการสหรัฐฯ กำลังเร่งสอบสวนเหตุตู้แช่แข็งในฐานทัพขัดข้องเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในยุโรปหรือไม่

ซูเปอร์มาร์เก็ต “เดลไฮเซอ” (Delhaize) กว่า 40 สาขาในเบลเยียมและลักเซมเบิร์กได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเฉพาะที่เมือง “โฮเอลาร์ด” (Hoeilaart) ของเบลเยียม มีสินค้าเสียหายมูลค่าสูงถึง 100,000 ยูโร ไม่รวมรายได้ที่สูญเสียจากการต้องปิดร้าน

ห้างคาร์ฟูร์ 15 สาขาในเบลเยียมก็โดนเล่นงานเช่นกัน แต่พนักงานสามารถรับมือได้ทันและเปิดให้บริการต่อได้ ขณะที่โฆษกของกลุ่มบริษัท “คอลรุยต์ กรุ๊ป” (Colruyt Group) ซึ่งบริหารซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นแบรนด์ “สปาร์” (Spar) ในเบลเยียม ระบุว่า มีร้านถูกแฮกระบบไป 5 สาขา แต่ไม่เปิดเผยเรื่องความเสียหาย

ร้าน “อิเกีย” สาขาในเมือง “มงส์” (Mons) ของเบลเยียมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ขณะเดียวกันที่ประเทศสวีเดน โฆษกของเครือซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ “ICA” ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์ส่งผลกระทบต่อร้านของพวกเขาจำนวนหนึ่ง ที่ดำเนินกิจการอยู่นอกเครือข่ายกลางของบริษัท โดยสาขาหนึ่งในเมือง “เชวียบู” (Sjöbo) ทางใต้ของประเทศ ถูกแฮกระบบตู้แช่แข็งจนอุณหภูมิพุ่งไปถึง 50 องศาเซลเซียส

ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ต “Coop” แถลงว่า ร้าน 7 จาก 800 สาขาในสวีเดนได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ แต่ตอนนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

นอกจากนี้ยังมีรายงานการโจมตีทางไซเบอร์ในไอร์แลนด์ ซึ่งร้าน “ซูเปอร์แวลู” (SuperValu) โดนไป 13 สาขา, ตู้แช่แข็งของร้านเขียงหมูและร้านค้าชุมชนอย่างน้อย 17 แห่งในเนเธอร์แลนด์ กับตู้แช่แข็งที่ร้านในเครือ “เค-สโตร์” (K-store) ในฟินแลนด์ และ “เซลเวอร์” (Selver) ในเอสโตเนีย ก็ถูกโจมตีเช่นกัน

นายสตีเฟน มูลันส์ (Stephan Moelans) ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท “ซาบโคเบล” (Sabcobel) ผู้ผลิตระบบตู้แช่ให้แก่เดลไฮเซอ ระบุว่า กำลังเร่งตัดการเชื่อมต่อตู้แช่ที่ได้รับผลกระทบออกจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยชี้ว่าช่องโหว่นี้ไม่สามารถแก้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวได้ แต่จำเป็นต้องเข้าปรับที่ตัวเครื่องด้วย

หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์ของ เบลเยียม สวีเดน และสหราชอาณาจักร (NCSC) กำลังติดตามสถานการณ์และประสานงานกับพันธมิตรนานาชาติอย่างใกล้ชิด แต่จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc