นักเรียนมัธยมในฝรั่งเศสกลับมาปิดกั้นทางเข้าโรงเรียนบางแห่ง หลังสิ้นสุดวันหยุดฤดูใบไม้ร่วงช่วงเทศกาลวันออลเซนต์ส เพื่อรื้อฟื้นการประท้วงที่ดำเนินมานานกว่า 6 สัปดาห์ แม้รัฐบาลประกาศมาตรการแก้ไขปัญหาการศึกษาและความเหลื่อมล้ำแล้ว แต่กลุ่มนักเรียนยังมองว่าข้อเสนอไม่เพียงพอ ขณะที่รัฐบาลเตือนว่าการประท้วงกำลังส่งผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียนหลายแสนคน

นักเรียนมัธยมและนิสิตนักศึกษาในประเทศฝรั่งเศส เริ่มกลับมาปิดล้อมประตูทางเข้าโรงเรียนมัธยมหลายแห่งเมื่อวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันเปิดเรียนวันแรกหลังสิ้นสุดช่วงหยุดยาวเทศกาลวันออลเซนต์ส เพื่อเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อสู้ทางสังคมที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์ แม้ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะพยายามเสนอข้อแลกเปลี่ยนและมาตรการผ่อนปรนหลายประการในช่วงปิดเทอมก็ตาม

การประท้วงดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนกันยายนในแถบชานเมืองปารีส จากประเด็นสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่ทรุดโทรมและความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษา ก่อนจะขยายตัวลุกลามเป็นการชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศที่ผนวกรวมประเด็นปัญหาวิกฤตค่าครองชีพ โดยมีกลุ่มสหภาพแรงงานและนักเคลื่อนไหวเข้าร่วม จนส่งผลให้เกิดการปะทะรุนแรงและการจลาจลในหลายเมืองใหญ่ช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของรัฐบาลเสียงข้างน้อยภายใต้การนำของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเอดัวร์ เฌอฟเรย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศส ได้ประกาศข้อเสนอเพื่อระงับการประท้วง อาทิ การจัดสรรงบประมาณ 4,000 ล้านยูโร เพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนที่ทรุดโทรม การยกเลิกแผนตัดลดบุคลากร พร้อมเพิ่มตำแหน่งครูผู้สอนอีก 500 อัตรา การจำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 28 คนต่อห้องในระดับมัธยมปลาย การเพิ่มที่นั่งในระดับอุดมศึกษาอีก 15,000 ที่นั่ง และการเตรียมยกเลิกระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย (Parcoursup) ภายในปี 2028

อย่างไรก็ตาม สหพันธ์นักเรียนมัธยมและกลุ่มสหภาพนักศึกษา (USL, UNEF, FAGE) ต่างเห็นพ้องว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียง "ก้าวแรก" ที่ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณลงทุนในระบบการศึกษาเป็น 10,000 ล้านยูโร และต้องยกเลิกระบบ Parcoursup โดยทันที ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมตัดสินใจยกระดับการปิดล้อมโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

นายเอดัวร์ เฌอฟเรย์ ให้สัมภาษณ์โดยระบุว่า ภาพรวมการปิดล้อมทางเข้าโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรกนี้เกิดขึ้นเพียงสัดส่วนน้อยมาก โดยมีโรงเรียนมัธยมถูกปิดล้อมราว 41 แห่ง หรือคิดเป็นเพียง 1% จากโรงเรียนทั้งหมดประมาณ 3,700 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตรอบปารีส เมืองมาร์แซย์ เมืองแรน เมืองตูลูส และทางตอนเหนือของประเทศ

รัฐมนตรีศึกษาธิการฝรั่งเศสเตือนว่า การหยุดเรียนต่อเนื่องกำลังส่งผลกระทบต่อนักเรียนหลายแสนคน โดยเฉพาะผู้ที่เตรียมสอบประกาศนียบัตรมัธยมปลาย หรือบัคคาลอเรอา (Baccalauréat) ในช่วงปลายปีการศึกษา ซึ่งบางคนไม่ได้เข้าเรียนมาแล้ว 4-5 สัปดาห์

รัฐมนตรีศึกษาธิการย้ำว่า "ทุกคนมีสิทธิในการประท้วงตามกฎหมาย แต่ไม่มีใครมีสิทธิขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นเข้าเรียน การกระทำเช่นนี้กำลังทำให้ปีการศึกษาของนักเรียนหลายแสนคนตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งเราไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้" พร้อมวิจารณ์ว่าแกนนำที่ออกมาเรียกร้องให้บล็อกโรงเรียนมัธยมส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ผ่านการสอบจบไปแล้ว

ขณะเดียวกัน ทางการฝรั่งเศสได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่รอบสถานศึกษาเพื่อป้องกันเหตุวุ่นวาย โดยประธานาธิบดีมาครงเรียกร้องให้การเรียนการสอนกลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยโดยเร็ว เนื่องจากรัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการจัดสรรเงินเพิ่ม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของฝรั่งเศสที่เสี่ยงต่อการถดถอยและอยู่ภายใต้แรงกดดันในการควบคุมหนี้สาธารณะ.


ที่มา AFP / franceinfo / Reuters