ญี่ปุ่นเรียกร้องให้สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมวินัยทหาร หลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ อีกนายถูกจับกุมในข้อหาเมาแล้วขับระหว่างช่วงประกาศเคอร์ฟิวในจังหวัดโอกินาวา ซึ่งมีขึ้นหลังเกิดคดีฆาตกรรมหญิงชาวญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับนาวิกโยธินสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ล่าสุดจุดชนวนความไม่พอใจและตอกย้ำข้อถกเถียงเกี่ยวกับการประจำการกำลังทหารสหรัฐฯ จำนวนมากบนเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเรียกร้องให้สหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการควบคุมวินัยทหารอย่างเคร่งครัด หลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ อีกนายถูกจับกุมในจังหวัดโอกินาวา ฐานต้องสงสัยขับรถขณะมึนเมาจากแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาเคอร์ฟิวที่กำหนดขึ้นภายหลังคดีฆาตกรรมหญิงชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีนาวิกโยธินสหรัฐฯ อีกนายเป็นผู้ต้องหา

ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นต้องการให้ฝ่ายสหรัฐฯ ตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากเกิดขึ้นทั้งที่มีการประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. เพื่อรับมือกับกรณีที่เดวิน บัลลาร์ด นาวิกโยธินสหรัฐฯ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ก่อนถูกอัยการตั้งข้อหาปล้นทรัพย์และฆาตกรรมหญิงชาวญี่ปุ่นในเมืองนาฮะ เมืองเอกของจังหวัดโอกินาวา

โคอิซูมิกล่าวว่า ญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการป้องกันเหตุซ้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และบังคับใช้ช่วงเวลาเคอร์ฟิวอย่างเคร่งครัด โดยมาตรการดังกล่าวกำหนดให้ทหารสหรัฐฯ ต้องกลับเข้าฐานทัพหรือที่พักอาศัยนอกฐานทัพตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตี 5 เป็นเวลา 30 วัน ซึ่งเรียกว่า "ช่วงเวลาแห่งการทบทวนตนเอง"

รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังหารือเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเหตุซ้ำในการประชุมระดับสูงระหว่างรัฐบาล หลังเกิดคดีที่เกี่ยวข้องกับบัลลาร์ด พร้อมย้ำว่าต้องการให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อนำมาตรการออกประกาศและเริ่มบังคับใช้ในทางปฏิบัติ

ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า คาลวิน มอนโตยา การ์โดนา นาวิกโยธินสหรัฐฯ อายุ 21 ปี สังกัดค่ายฮันเซน ถูกจับกุมเมื่อเวลาประมาณ 00.25 น. วันที่ 31 ต.ค. ในโอกินาวา หลังตรวจพบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่ากฎหมายกำหนดมากกว่า 2 เท่า

ตำรวจได้รับแจ้งเหตุรถชนแล้วหนีเมื่อเวลาประมาณ 00.15 น. ก่อนตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของการ์โดนา ซึ่งเชื่อว่าได้กลับมายังจุดเกิดเหตุ และพบว่ามีระดับแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตมากกว่า 2 เท่า จึงถูกจับกุม โดยเจ้าตัวยอมรับข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ตำรวจจะสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุรถชนแล้วหนีด้วย

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างช่วงเคอร์ฟิวที่กองทัพสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม หลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ นายหนึ่งซึ่งประจำอยู่ที่สถานีอากาศยานนาวิกโยธินฟูเตนมะ ในเมืองกิโนวาน ถูกจับกุมในข้อหาปล้นทรัพย์และฆาตกรรมหญิงชาวญี่ปุ่นภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองนาฮะ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการญี่ปุ่นได้ตั้งข้อหาฆาตกรรมบัลลาร์ด โดยหนังสือพิมพ์โยมิอุริรายงานว่า เอกสารคำฟ้องระบุว่า ผู้ต้องหาวัย 20 ปีรายนี้ถูกกล่าวหาว่ารัดคอหญิงชาวเมืองนาฮะด้วยสายโทรศัพท์ภายในโรงแรมเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม

คดีดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นในญี่ปุ่น และจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอีกครั้งเกี่ยวกับการประจำการของกองกำลังทหารสหรัฐฯ จำนวนมากบนเกาะโอกินาวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกำลังพลสหรัฐฯ ประจำการอยู่เป็นส่วนใหญ่จากทั้งหมดประมาณ 54,000 นายในญี่ปุ่น

นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวต่อสมาชิกรัฐสภาหลังเกิดเหตุฆาตกรรมว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงอย่างหนักแน่นต่อสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสอบสวน และควบคุมวินัยทหารสหรัฐฯ อย่างเข้มงวด

ก่อนหน้านี้ โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังทบทวนหลักปฏิบัติสำหรับทหารสหรัฐฯ ที่พักอาศัยอยู่นอกฐานทัพ หลังเกิดเหตุฆาตกรรมที่ถูกกล่าวหา

แนวทางดังกล่าวได้รับการปรับปรุงเมื่อปี 2024 หลังเกิดคดีล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้งที่เกี่ยวข้องกับทหารสหรัฐฯ ในโอกินาวา โดยกำหนดห้ามทหารดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะนอกฐานทัพระหว่างเวลา 01.00-05.00 น. รวมถึงห้ามเข้าไปในบาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว

เหตุการณ์ล่าสุดทำให้ญี่ปุ่นย้ำความต้องการให้สหรัฐฯ รับผิดชอบต่อการควบคุมวินัยกำลังพลอย่างจริงจัง ท่ามกลางความอ่อนไหวของสังคมญี่ปุ่นต่อปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับทหารสหรัฐฯ และความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการประจำการทางทหารในโอกินาวะ.


ที่มา AFP / The Japan Times