ชาวยูเครนจำนวนหลายร้อยคนที่อพยพออกจากเมืองซึ่งถูกรัสเซียครอบครอง ได้กลับไปพบกับครอบครัวอีกครั้งในดินแดนฝั่งยูเครนแล้ว หลังมีการหยุดยิงระดับท้องถิ่นทำให้พวกเขาออกจากเมืองได้

เมื่อวันเสาร์ที่ 31 ต.ค. 2569 ชาวบ้านชาวยูเครนหลายร้อยคนที่ได้รับการอพยพออกจากเมืองโอเลชกี (Oleshky) ซึ่งถูกรัสเซียยึดครอง ได้กลับไปพบกับครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า 1,700 วัน อีกครั้งแล้ว ตามหลังการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เดินทางออกจากเมือง

ข่าวระบุว่า ผู้สูงอายุบางรายในกลุ่มผู้อพยพอยู่ในสภาพอ่อนแรงจนต้องอุ้มด้วยเปลพยาบาล ขณะที่บางคนมีสภาพอิดโรยเนื่องจากติดอยู่ในเมืองด่านหน้าโดยไม่มีอาหาร น้ำ และไฟฟ้า หลายคนต้องประทังชีวิตด้วยการต้มวัชพืชกิน นอกจากนั้นยังมีผู้ป่วยและผู้พิการบางส่วนเดินทางมาพร้อมกับรถพยาบาลจำนวนมากด้วย

นายดีมิโตร ลูบิเนตส์ ผู้ตรวจการสิทธิมนุษยชนในยูเครนเผยว่า ผู้อพยพที่อายุมากที่สุดมีอายุถึง 94 ปี ส่วนผู้ที่อายุน้อยที่สุดมีอายุเพียง 1 ขวบเท่านั้น

กลุ่มผู้อพยพเดินทางกลับมาถึงดินแดนที่ยูเครนควบคุมแล้วเมื่อ 31 ต.ค. 2569 หลังติดที่เมืองด่านหน้านานหลายปี
กลุ่มผู้อพยพเดินทางกลับมาถึงดินแดนที่ยูเครนควบคุมแล้วเมื่อ 31 ต.ค. 2569 หลังติดที่เมืองด่านหน้านานหลายปี


ทั้งนี้ การอพยพเกิดขึ้นได้หลังจากมีการ “หยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม” ในแคว้นเคอร์ซอนของยูเครน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 พ.ย. โดยในระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้กับระเบิดตามเส้นทางออกจากเมืองได้ทั้งหมด เปิดทางให้ขบวนรถบัส 25 คัน นำประชาชนราว 750 คนออกมาได้

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีชาวบ้านหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ตัดสินใจไม่ย้ายออกจากเมือง ซึ่งทางรัสเซียและยูเครนระบุว่าจะเร่งส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปให้อย่างต่อเนื่อง

แม้ตำแหน่งทหารยูเครนจะอยู่ห่างจากเมืองโอเลชกีเพียง 5 กิโลเมตร แต่ผู้อพยพต้องเดินทางผ่านดินแดนที่รัสเซียยึดครองไปยังตอนใต้ของรัสเซีย จากนั้นบินไปยังเบลารุส ก่อนจะนั่งรถข้ามพรมแดนเข้าสู่ดินแดนทางตอนเหนือของยูเครน

ด้านประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวขอบคุณ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ สำหรับความพยายามในการช่วยเจรจาให้เกิดการหยุดยิงในระดับท้องถิ่น

อนึ่ง แม้จะมีการหยุดยิงชั่วคราวในเมืองโอเลชกี แต่การสู้รบในจุดอื่นยังคงดำเนินต่อไป โดยรัสเซียเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยูเครนตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงงานผลิตเชื้อเพลิงขีปนาวุธหลักของรัสเซียในแคว้นรอสตอฟ

กลุ่มผู้อพยพชาวยูเครนได้พบกับครอบครัวอีกครั้งเมื่อ 31 ต.ค. 2569 หลังติดที่เมืองด่านหน้านานหลายปี
กลุ่มผู้อพยพชาวยูเครนได้พบกับครอบครัวอีกครั้งเมื่อ 31 ต.ค. 2569 หลังติดที่เมืองด่านหน้านานหลายปี


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc