เยอรมนีเตรียมรับมือการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 160,000 คนใน 34 เมือง ขณะที่ฝรั่งเศสเตรียมกำลังจนท. 70,000 นาย รับมือการประท้วงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 

เยอรมนีและฝรั่งเศสเตรียมรับมือการชุมนุมประท้วงครั้งสำคัญในวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประท้วงคนรุ่นใหม่ในยุโรป ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพและความเหลื่อมล้ำ ขณะที่ทางการฝรั่งเศสกังวลว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลฮาโลวีนอาจบานปลายเป็นเหตุรุนแรงบนท้องถนนอีกครั้ง

ผู้จัดการชุมนุมในเยอรมนีคาดว่า จะมีประชาชนเข้าร่วมการประท้วงมากกว่า 160,000 คน ใน 34 เมืองทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต และมิวนิก โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้จัดขึ้นโดยกลุ่มรณรงค์ชื่อ Gen Z regelt ซึ่งมีความหมายประมาณว่า Gen Z ขอจัดการเอง หรือคนรุ่นใหม่ขอกำหนดอนาคตของตัวเอง

กลุ่มผู้จัดการชุมนุมระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลลงทุนด้านการศึกษามากขึ้น แก้ปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น และคัดค้านการเกณฑ์ทหารภาคบังคับ ท่ามกลางความกังวลของคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป

สตีฟ นักเคลื่อนไหววัย 18 ปี ซึ่งมีกำหนดขึ้นปราศรัยในการชุมนุมที่เมืองมิวนิก กล่าวว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ไม่มีคำตอบต่อข้อกังวลของคนรุ่นใหม่ นอกจากเดินหน้าลดรายจ่ายและเพิ่มภาระให้ประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะใช้สิทธิชุมนุมต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเรียกร้อง

ขณะที่นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งเบอร์ลินรายหนึ่งระบุว่า จะเข้าร่วมการประท้วงเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขสภาพอาคารเรียนที่ทรุดโทรม โดยกล่าวว่าอาคารบางส่วนมีสภาพคล้ายถูกทิ้งร้าง ทั้งที่นักศึกษาต้องใช้เป็นสถานที่เรียนเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม ทางการเยอรมนีเตือนว่า กลุ่มหัวรุนแรงอาจฉวยโอกาสเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความวุ่นวาย โดยกระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีกลุ่มฝ่ายซ้ายสุดโต่งบางส่วนและกลุ่มที่เชื่อมโยงกับขบวนการหัวรุนแรงจากต่างประเทศพยายามระดมผู้สนับสนุน

เจ้าหน้าที่จึงคาดหวังให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ พร้อมเตือนว่าเยอรมนีไม่ควรเดินซ้ำรอยเหตุรุนแรงในฝรั่งเศส ซึ่งเคยเกิดการปล้นสะดม เผาอาคารและรถตำรวจ รวมถึงทำร้ายเจ้าหน้าที่

ฝรั่งเศสระดมกำลังความมั่นคง 7 หมื่นนาย รับมือม็อบสุดสัปดาห์ที่ 3

ขณะที่ฝรั่งเศสเตรียมรับมือการประท้วงต่อเนื่องเป็นสุดสัปดาห์ที่ 3 โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจเกิดเหตุรุนแรงในระดับใกล้เคียงกับการจลาจลเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งมีภาพการปะทะ การปล้นร้านค้า และการวางเพลิงอาคารสาธารณะเผยแพร่ไปทั่วโลก

รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 70,000 นายทั่วประเทศในวันเสาร์ ซึ่งเป็นจำนวนใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อน พร้อมปิดสถานีรถไฟใต้ดินมากกว่า 40 แห่งในกรุงปารีส และประกาศเตือนว่าบริการรถรางบางส่วนจะได้รับผลกระทบ

การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่เหลือเวลาอีกประมาณ 6 เดือน โดยนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุในสัปดาห์นี้ว่า ไม่ใช่เรื่องปกติที่ประเทศจะตกอยู่ในสภาพวุ่นวายเช่นนี้ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง

ขบวนการประท้วงประกอบด้วยกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง สหภาพแรงงาน ตลอดจนนักเรียนมัธยมและนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยเริ่มต้นจากการเรียกร้องให้แก้ปัญหาค่าครองชีพและความเหลื่อมล้ำ รวมถึงปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ก่อนขยายข้อเรียกร้องไปสู่การปกป้องเสรีภาพพลเมืองและสิทธิในการชุมนุม หลังทางการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและมีผู้ประท้วงบางส่วนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับการนัดรวมตัวในช่วงเทศกาลฮาโลวีน หลังตรวจพบข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมสวมชุดแฟนซีและปิดบังใบหน้า เพื่อร่วมกิจกรรมที่ถูกเรียกว่า "คืนแห่งความมืด" พร้อมปลุกระดมให้ก่อการปฏิวัติ

นายโลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเตือนว่า จะไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมสวมหน้ากากเพื่อปกปิดใบหน้า พร้อมระบุว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความไม่สงบ และย้ำว่าการชุมนุมจะได้รับอนุญาต แต่จะมีข้อจำกัดในพื้นที่ใจกลางเมือง

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกคำสั่งห้ามผู้ชุมนุมเดินขบวนระหว่างจัตุรัสบาสตีย์กับย่านนาซียงทางตะวันออกของกรุงปารีส ขณะที่ทางการเตรียมใช้มาตรการเคอร์ฟิวช่วงกลางคืนในย่านเรปูบลิกและชาเตอเลต์-เลส์ อาล ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ถึง 06.00 น. ทั้งคืนวันเสาร์และวันอาทิตย์

ทางการกรุงปารีสยังเตรียมระดมเจ้าหน้าที่เทศบาลมากกว่า 1,000 คน เพื่อทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะตลอดช่วงสุดสัปดาห์ หลังเหตุประท้วงก่อนหน้านี้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่สาธารณะ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ