สำนักวาติกันเผย โป๊ปเลโอที่ 14 ประมุขคริสตจักรคาทอลิก ทรงลงคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ผ่านทางไปรษณีย์ นับเป็นกรณีแรกที่มีรายงานว่าโป๊ปทรงใช้สิทธิเลือกตั้งทางการเมือง
นครรัฐวาติกันเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคมว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประมุขคริสตจักรโรมันคาทอลิก ซึ่งประสูติที่นครชิคาโกของสหรัฐฯ ทรงใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ผ่านทางไปรษณีย์ ก่อนที่การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
สำนักวาติกันระบุว่า พระองค์ทรงใช้สิทธิในฐานะพลเมืองสหรัฐฯ และทรงเชื่อว่าประชาชนมีทั้งสิทธิและหน้าที่ในการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตย โดยการลงคะแนนครั้งนี้ถือเป็นกรณีแรกที่มีรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาทรงลงคะแนนเลือกตั้งทางการเมือง
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเป็นประมุขคริสตจักรคาทอลิกองค์แรกที่ประสูติในสหรัฐฯ และทรงถือสัญชาติทั้งอเมริกันและเปรู โดยก่อนเข้ารับตำแหน่งพระสันตะปาปา พระองค์มีพระนามเดิมว่า โรเบิร์ต ฟรานซิส เพรโวสต์ และเคยทำงานเผยแผ่ศาสนาในเปรูเกือบ 20 ปี
รายงานของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานระดับรัฐและท้องถิ่น ระบุว่า พระองค์เคยลงคะแนนในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตในปี 2551 และ 2553 ก่อนจะใช้สิทธิในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันอีก 3 ครั้งในช่วงหลายปีต่อมา
การใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยวิพากษ์วิจารณ์กันหลายครั้ง โดยพระสันตะปาปาทรงแสดงความไม่เห็นด้วยกับมาตรการปราบปรามผู้อพยพอย่างเข้มงวดของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงสงครามกับอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวหาว่าพระองค์อ่อนแอในประเด็นอาชญากรรมและมีแนวทางด้านนโยบายต่างประเทศที่ย่ำแย่ ขณะที่สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสว่า พระองค์ไม่ทรงหวั่นเกรงประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เมื่อเดือนเมษายน หลังทรัมป์ขู่ทำลายอิหร่าน พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างสันติภาพ พร้อมกระตุ้นให้ประชาชนติดต่อผู้นำทางการเมืองและสมาชิกสภาคองเกรส เพื่อเรียกร้องให้ยุติสงครามและปฏิเสธความรุนแรง
นอกจากนี้ เมื่อเดือนกันยายน พระองค์ยังทรงเรียกร้องให้คริสตศาสนิกชนเลิกเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม พร้อมย้ำว่าประชาชนไม่ควรเป็นเพียงผู้เฝ้ามองสถานการณ์โดยไม่เข้าไปมีส่วนร่วม
สำนักวาติกันยังยืนยันด้วยว่า ในช่วงที่ประทับอยู่ในเปรู พระองค์ทรงใช้สิทธิเลือกตั้งทุกครั้งที่มีสิทธิตามกฎหมาย.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ


