ชาวอิตาลีนับพันคนเดินขบวนในกรุงโรม หลังสหภาพแรงงานเรียกร้องหยุดงานทั่วประเทศ ประท้วงค่าครองชีพสูงขึ้นและคัดค้านการใช้งบประมาณด้านอาวุธแทนการลงทุนด้านสาธารณสุขและการศึกษา
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 ชาวอิตาลีนับพันคนรวมตัวเดินขบวนประท้วงในกรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลี หลังสหภาพแรงงานเรียกร้องให้มีการหยุดงานทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น และคัดค้านการทำสงคราม โดยการชุมนุมจัดขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศประมาณ 50 เมือง
รายงานข่าวระบุว่า การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการนัดหยุดงานของสหภาพแรงงาน USB ตามท่าเรือสำคัญของอิตาลี ได้แก่ เจนัว ลิวอร์โน ตรีเอสเต จอยา เทาโร และราเวนนา เพื่อคัดค้านการขายอาวุธและการทำสงคราม ในขณะที่ผู้ชุมนุมในกรุงโรมต่างถือป้ายข้อความโจมตีแนวทางของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ที่ให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมและอาวุธ แทนที่จะนำไปลงทุนในด้านการศึกษาและสาธารณสุข
โดยนายโรแบร์โต ดิ จิโอวานนี วัย 50 ปี หนึ่งในผู้ชุมนุม กล่าวว่า ชาวอิตาลีออกมาประท้วงรัฐบาลจอร์เจีย เมโลนี เพราะแทนที่จะนำเงินไปลงทุนด้านการศึกษาหรือสาธารณสุข กลับนำไปใช้จ่ายกับอาวุธ ทั้งที่ประชาชนชาวอิตาลีเป็นกลุ่มคนรักสันติภาพ ขณะที่นางมารีนา นาวาร์รา วัย 65 ปี ผู้ร่วมชุมนุมอีกคน ระบุว่า สถานการณ์ที่ประชาชนเผชิญมาตลอดหลายปีเป็นเรื่องน่ากังวล ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้นและราคาก๊าซที่แพงขึ้น พร้อมยืนยันจุดยืนต่อต้านสงคราม
ทั้งนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลอิตาลีประกาศมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เพื่อรับมือกับเหตุประท้วงรุนแรง หลังเกิดเหตุผู้ก่อจลาจล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและผู้เยาว์ ก่อความเสียหายในย่านการค้ากลางเมืองมิลานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งปล้นร้านค้าและจุดไฟเผาทรัพย์สิน โดยหนึ่งในมาตรการคือการส่งทหาร 500 นายเข้าประจำการในเมืองทางตอนเหนือของประเทศ.


