เกิดเหตุเพลิงไหม้หมู่บ้านคูรยง ในเขตคังนัม ทางตอนใต้ของกรุงโซล ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชุมชนแออัดแห่งสุดท้ายของกรุงโซล ส่งผลกระทบต่อประชาชน 107 คน จาก 77 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังดับเพลิงกว่า 200 นาย พร้อมเฮลิคอปเตอร์ 6 ลำ ก่อนควบคุมเพลิงได้ทั้งหมดหลังเกิดเหตุนานเกือบ 13 ชั่วโมง มีหญิงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน ขณะที่ทางการจัดที่พักพิงชั่วคราวให้ผู้ได้รับผลกระทบ
สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่หมู่บ้านคูรยง ซึ่งเป็นชุมชนแออัดขนาดใหญ่แห่งสุดท้ายของกรุงโซล ตั้งอยู่ในเขตคังนัม ทางตอนใต้ของเมือง เมื่อเวลาประมาณ 15.50 น. วันอังคารที่ 27 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนเจ้าหน้าที่จะดับไฟได้สนิทในเวลา 04.39 น. วันพุธที่ 28 ตุลาคม หลังใช้เวลาปฏิบัติการเกือบ 13 ชั่วโมง
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชน 107 คน จาก 77 ครัวเรือน โดยมีหญิง 1 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขา ขณะที่ประชาชน 39 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และทางการจัดเตรียมที่พักพิงชั่วคราวไว้ที่โรงเรียนและโรงยิมในบริเวณใกล้เคียง
สำนักงานดับเพลิงแห่งชาติเกาหลีใต้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 232 นาย พร้อมอุปกรณ์และยานพาหนะ 110 รายการ เข้าควบคุมเพลิง รวมถึงส่งเฮลิคอปเตอร์ 6 ลำ ป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังภูเขาใกล้เคียง เนื่องจากบ้านเรือนในชุมชนปลูกสร้างติดกันอย่างหนาแน่น และใช้วัสดุที่ติดไฟง่าย เช่น แผ่นไวนิลและไม้อัด
หมู่บ้านคูรยง เป็นชุมชนแออัดที่ไม่มีใบอนุญาต หรือที่เรียกว่า "พันจาชน" (panjachon) ซึ่งก่อตัวขึ้นเมื่อผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตคังนัมในช่วงทศวรรษที่ 1970 และ 1980 รวมถึงผู้คนที่บ้านเรือนถูกรื้อถอน ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ ปัจจุบันเขตคังนัมได้กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มั่งคั่งที่สุดทั้งในกรุงโซลและในประเทศเกาหลีใต้ ชุมชนแออัดแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 266,000 ตารางเมตร หรือมีขนาดใกล้เคียงกับสนามฟุตบอล 37 สนาม โดยแบ่งออกเป็น 8 โซน
หมู่บ้านแห่งนี้ประสบปัญหาอัคคีภัยบ่อยครั้ง โดยเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นในโซนที่ 4 ก่อนจะลุกลามไปยังโซนที่ 5 และ 6 ซึ่งอยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยจำนวน 258 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในช่วงสภาพอากาศแห้งแล้งเมื่อเดือนมกราคม 2023 และมีนาคม 2022 อีกด้วย
ที่พักอาศัยในชุมชนแห่งนี้ตั้งอยู่เบียดเสียดกันและสร้างขึ้นจากวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย เช่น "ต็อกซอม" หรือฝ้ายอัดสำหรับใช้เป็นฉนวนกันความร้อน ไวนิล และไม้อัด อีกทั้งยังเต็มไปด้วยถังก๊าซหุงต้มและสายไฟที่เดินไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ ประกอบกับไม่มีเส้นทางให้รถดับเพลิงสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้
ปัจจุบัน หมู่บ้านคูรยงถูกกำหนดให้เป็นเขตพัฒนาเมือง โดยมีแผนจะปรับปรุงใหม่ให้เป็นโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งประกอบด้วยหน่วยที่พักอาศัยของรัฐประมาณ 2,000 ยูนิต ในอาคารที่มีความสูงสูงสุดถึง 28 ชั้น โดยมีกำหนดการเริ่มก่อสร้างในปีหน้าและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2031.
ที่มา Reuters / Yonhap / JoongAng Ilbo


